Longines Watch Club Thailand

Longines Watch Club Thailand คนรักนาฬิกาลองจินส์ (Longines)

*ทำไมปี 2026 ถึงเป็นปีของนาฬิกาสีน้ำเงิน*ถ้าให้เลือกสีเดียวที่ครองวงการนาฬิกาปี 2026 คำตอบไม่ต้องลุ้นเลย คือ สีน้ำเงินล่...
11/06/2026

*ทำไมปี 2026 ถึงเป็นปีของนาฬิกาสีน้ำเงิน*
ถ้าให้เลือกสีเดียวที่ครองวงการนาฬิกาปี 2026 คำตอบไม่ต้องลุ้นเลย คือ สีน้ำเงิน
ล่าสุดสื่อนาฬิกาต่างประเทศรวบรวมสถิตินาฬิการุ่นใหม่ทั้งหมด 123 รุ่นจากงาน Watches and Wonders Geneva 2026 ปรากฏว่าเป็นหน้าปัดสีน้ำเงินถึง 32 รุ่น หรือมากกว่าหนึ่งในสี่ของทั้งงาน ทิ้งห่างอันดับรองอย่างสีเขียว โทนขาว-ครีม และสีคลาสสิกตลอดกาลอย่างสีดำ
ทำไมต้องเป็นสีน้ำเงิน
คำตอบซ่อนอยู่ในธรรมชาติรอบตัวเรา สีน้ำเงินคือสีของท้องฟ้าและท้องทะเล สองสิ่งที่มนุษย์มองแล้วรู้สึกสงบโดยอัตโนมัติ ในเชิงจิตวิทยาจึงสื่อถึงความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง และปัญญา ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่เราอยากได้จากนาฬิกาสักเรือน
อีกเสน่ห์คือความเป็นสองบุคลิกในสีเดียว สุขุมพอจะเข้ากับสูทในห้องประชุม แต่ก็สปอร์ตพอจะลงทะเลไปกับ Dive Watch ได้แบบไม่เคอะเขิน ความ Versatile ระดับนี้เองที่ทำให้น้ำเงินเป็นคำตอบของคนที่อยากได้นาฬิกาเรือนเดียวที่ไปได้ทุกสถานการณ์
และสีน้ำเงินไม่ใช่ผู้มาใหม่ในโลก Horology เพราะปรากฏบนเข็มและหลักชั่วโมงมาตั้งแต่ยุคแรกผ่านเทคนิค Heat-Blued Steel ที่ช่างเผาเหล็กจนเกิดสีน้ำเงินเข้มเป็นประกาย กรรมวิธีที่ซับซ้อนทำให้สีนี้ถูกสงวนไว้สำหรับชิ้นงานระดับสูงสุด ก่อนจะก้าวสู่บทบาท Sport Chic ในยุคนาฬิกาสปอร์ตสเตนเลสสตีลช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 จนกลายเป็นสีประจำตัวของนาฬิกาสปอร์ตหรูมาจนถึงทุกวันนี้
และ Longines ก็อยู่กลางกระแสนี้พอดี HydroConquest เจเนอเรชั่นล่าสุดมีหน้าปัดน้ำเงินให้เลือกหลายเฉด ทั้ง Blue Lacquered หรือเฉดสีฟ้า Frosted Blue Sunray พร้อมขอบตัวเรือนให้จับคู่ทั้งเฉดน้ำเงินคลาสสิกและน้ำเงินสดอย่าง Luminous Blue ขณะที่ฝั่งสายเรียบหรูอย่าง DolceVita 2026 ก็ส่งสายหนัง Midnight Blue มาเป็นหนึ่งในสีใหม่ประจำปี ไม่ว่าจะสายสปอร์ตหรือสาย Dress ก็มีสีน้ำเงินในแบบของ Longines รอให้เป็นเจ้าของอยู่
#คลับลองจินส์ #นาฬิกา #นาฬิกาลองจินส์

ปี 2026 Longines DolceVita คือหนึ่งในคอลเลกชั่นไฮไลต์ที่มีการเปิดตัวสมาชิกใหม่ ด้วยการเติมลูกเล่นจากสีสันของภูมิทัศน์และ...
09/06/2026

ปี 2026 Longines DolceVita คือหนึ่งในคอลเลกชั่นไฮไลต์ที่มีการเปิดตัวสมาชิกใหม่ ด้วยการเติมลูกเล่นจากสีสันของภูมิทัศน์และแสงแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในสามเฉดใหม่ ทั้ง midnight blue, olive green และ maple red พร้อมไฮไลต์สำคัญที่การนำหน้าปัด flinqué สี Ivory ลวดลายเรขาคณิตสไตล์ Art Deco มาจับคู่กับงานสีทอง ทั้งหลักโรมันและชุดเข็ม ขับให้พื้นผิวอันละเอียดอ่อนดูอบอุ่นและมีมิติยิ่งขึ้น
หน้าปัดมีให้เลือกสามเวอร์ชั่นที่จับคู่โทนสีต่างกัน เริ่มจากเวอร์ชั่น ivory gilt ที่มาพร้อมหลักโรมัน 2N gilt จำนวน 12 หลักและชุดเข็มสี gilt เข้าชุดกัน ตามด้วยเวอร์ชั่น ivory rose-gold ที่ใช้หลักโรมัน 5N rose 12 หลักคู่กับเข็ม 5N rose และปิดท้ายด้วยเวอร์ชั่น silver ที่จับคู่หลักโรมันสีน้ำเงิน 12 หลักเข้ากับเข็ม blued steel ให้โทนเย็นที่ต่างออกไปจากสองเวอร์ชั่นแรก
ทั้งหมดบรรจุในตัวเรือน Stainless Steel ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ครอบด้วยกระจก Sapphire Crystal และกันน้ำได้ลึก 3 บาร์ (30 เมตร) มีให้เลือกสองขนาดคือ 20.80 มม. × 32.00 มม. และ 23.30 มม. × 37.00 มม. ในด้านกลไก เรือนขนาด 20.80 มม. × 32.00 มม. ขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์ Calibre L178.2 ขณะที่เรือนขนาด 23.30 มม. × 37.00 มม. ใช้กลไกควอตซ์ Calibre L176.2
Longines DolceVita 2026 ทั้งสองขนาดสนนราคา 54,600 บาท
#คลับลองจินส์ #นาฬิกา #นาฬิกาลองจินส์

ในแวดวงคนเล่นนาฬิกามีคำถามหนึ่งที่ถกกันไม่จบ นั่นคือขนาดเคสเท่าไหร่จึงเรียกได้ว่า “ลงตัวที่สุด” และสำหรับปี 2026 คำตอบนั...
08/06/2026

ในแวดวงคนเล่นนาฬิกามีคำถามหนึ่งที่ถกกันไม่จบ นั่นคือขนาดเคสเท่าไหร่จึงเรียกได้ว่า “ลงตัวที่สุด” และสำหรับปี 2026 คำตอบนั้นวนกลับมาที่ตัวเลขเดียว 39 มม. ทำไมถึงต้องเป็นตัวเลขนี้ วันนี้แอดมินจะพาไปหาคำตอบ
ภาพรวมตลาดและรายงานเทรนด์ในวงการบ่งชี้ว่า ปัจจัยเร่งที่ผลักให้ 39 มม. ขึ้นมาครองความนิยมในปีนี้ คือความต้องการนาฬิกาแบบ Do-Everything Watch เมื่อสภาพเศรษฐกิจและรสนิยมที่ขยับเข้าหากระแส Quiet Luxury ทำให้คอลเลกเตอร์หันมามองหานาฬิกาเรือนเดียวที่พร้อมลุยได้ทุกโอกาส ตั้งแต่ห้องประชุมบอร์ดบริหารไปจนถึงปาร์ตี้ริมชายหาด
และความน่าสนใจของ 39 มม. ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขสวย แต่อยู่ที่สรีระศาสตร์บนข้อมือ ด้วยความยาวขาตัวเรือน Lug-to-Lug ที่มักจบลงราว 46 ถึง 47 มม. สัดส่วนนี้ทำให้ตัวเรือนแนบสนิทไปกับข้อมือผู้ชายส่วนใหญ่ ตั้งแต่ข้อมือขนาดเล็กราว 6.5 นิ้ว ไปจนถึงข้อมือใหญ่ราว 7.5 นิ้ว โดยไม่กางเลยขอบและไม่ลอย ให้สัดส่วนที่ดูเรียบหรูและลงตัว
อีกหัวใจหนึ่งคือความ versatile ที่ขนาดอื่นทำได้ยาก 39 มม. คือขนาดที่ลอดใต้ข้อมือเสื้อเชิ้ตได้สบาย เข้าได้กับทั้งสูทและเสื้อยืด และไม่เรียกร้องความสนใจจนกลายเป็นพระเอกของทั้งลุค ยิ่งในยุคที่เส้นแบ่งระหว่าง Men’s และ Ladies’ Watch ค่อย ๆ จางลง 39 มม. ก็ยิ่งกลายเป็นขนาดกลางที่เป็น Unisex สำหรับผู้คนยุคใหม่ ผู้ชายสวมแล้วได้ลุคคลาสสิก ส่วนผู้หญิงได้ลุคแบบ Oversized ที่มี Presence แต่ยังคงความโก้หรู
หากมองในเชิงประวัติศาสตร์ การกลับมาของขนาดกลางไม่ใช่เทรนด์ใหม่ แต่คือการกลับสู่มาตรฐานเดิม เพราะนาฬิกาในยุค 1950 ถึง 1970 ที่มีขนาดราว 34 ถึง 38 มม. เคยเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ทำให้ปี 2026 เป็นจุดที่กระแสนี้ชัดเจนเป็นพิเศษ คือกระแสสะสมนาฬิกาวินเทจที่บูมในช่วงปี 2024 ถึง 2025 ซึ่งทำให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษารุ่นในตำนานที่ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 36 ถึง 38 มม. ขณะเดียวกันการรับรู้บนโซเชียลก็พลิกไปอย่างน่าสนใจ จากที่เรือนใหญ่เคยถูกอ่านว่ากล้าและโดดเด่น วันนี้กลับถูกอ่านว่าเชยและฝืน ส่วนเรือนขนาดพอดีกลับดูประณีตและมีรสนิยมมากกว่า ความหรูแบบ understated elegance จึงกลายเป็นสัญญะของรสนิยมที่แท้จริงในปีนี้
#คลับลองจินส์ #นาฬิกา

Longines Mini DolceVita ยกงาน gem setting ขึ้นเป็นพระเอกอย่างเต็มตัว โดยเป็นครั้งแรกของคอลเลกชั่นที่ Longines ประดับหน้า...
05/06/2026

Longines Mini DolceVita ยกงาน gem setting ขึ้นเป็นพระเอกอย่างเต็มตัว โดยเป็นครั้งแรกของคอลเลกชั่นที่ Longines ประดับหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมด้วยเพชร 163 เม็ดในแบบ snow setting เสริมด้วยแผ่น mother-of-pearl ที่ให้ประกายนวลตา ขับให้เรือนนาฬิกาเครื่องประดับคู่นี้สะท้อนความเป็น contemporary femininity และ quiet luxury ได้อย่างงดงาม

เทคนิค snow setting แตกต่างจากการฝังเพชรทั่วไปซึ่งเรียงเม็ดเป็นแพตเทิร์นสม่ำเสมอ โดยช่างจะฝังเพชรแต่ละเม็ดทีละเม็ดในการจัดวางแบบอิสระ ให้เพชรต่างขนาดวางแนบกันอย่างเป็นธรรมชาติ จนดูราวกับหิมะที่โปรยปรายลงบนหน้าปัด รวมเพชร Top Wesselton ทั้งสิ้น 163 เม็ด น้ำหนักรวม 0.268 กะรัต พร้อมหลักโรมันสีน้ำเงินและเข็ม blued steel ที่ตัดกับพื้นประกายระยิบอย่างคมชัด และยังคงวงเข็มวินาทีเล็ก small seconds ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่นไว้
ทั้งหมดบรรจุในตัวเรือน Stainless Steel ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 21.50 มม. × 29.00 มม. ครอบด้วยกระจก Sapphire Crystal เคลือบสารกันแสงสะท้อนแบบ multi-layer ทั้งสองด้าน ขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์ Calibre L178 บอกชั่วโมง นาที และวินาทีเล็กที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา กันน้ำได้ลึก 3 บาร์ (30 เมตร)
Longines Mini DolceVita 2026 สนนราคาเริ่มต้นที่ 78,000 บาท สำหรับเวอร์ชั่นสายหนัง และ 87,800 บาท สำหรับเวอร์ชั่นสาย Stainless Steel
#คลับลองจินส์ #นาฬิกา #นาฬิกาลองจินส์

อาชีพลูกเรือคืองานที่ต้องดูดีและพร้อมเสมอในทุกไทม์โซน แอดมินเลยคัดเช็คลิสต์การเลือกนาฬิกาสำหรับลูกเรือมาให้ดูเป็นไอเดีย ...
27/05/2026

อาชีพลูกเรือคืองานที่ต้องดูดีและพร้อมเสมอในทุกไทม์โซน แอดมินเลยคัดเช็คลิสต์การเลือกนาฬิกาสำหรับลูกเรือมาให้ดูเป็นไอเดีย เรือนที่อ่านง่าย เรียบสะอาดตา และเข้ากับเครื่องแบบได้อย่างมืออาชีพ
สำหรับคุณผู้หญิง หน้าปัดขนาดเล็กถึงกลางราว 30-39 มม. ทรงมินิมอล ตกแต่งน้อย คู่กับสายหนังหรือสาย Stainless Steel แบบบาง จะให้ลุคที่เรียบร้อยและคล่องตัว ส่วนคุณผู้ชาย หน้าปัดขนาดกลาง 38-43 มม. แบบสามเข็มอ่านง่าย โทนสีสุภาพอย่างขาว ดำ Anthracite หรือน้ำเงินเข้ม จะดูสง่าและเข้าได้กับชุดในทุกโอกาส
ทริคเสริมความมั่นใจ หากไม่แน่ใจเรื่องสี ให้เริ่มที่หน้าปัดสีขาวคู่สายหนัง เพราะเป็นสียืนพื้นที่เข้าได้กับชุดทุกโทน และอย่าลืมจับคู่โทนโลหะของตัวเรือนให้ไปทางเดียวกับกระดุมและเข็มกลัดของเครื่องแบบ เพื่อให้ลุคดูกลมกลืนและตั้งใจ
#คลับลองจินส์ #นาฬิกา นาฬิกาลองจินส์ ColorGuide นาฬิกาแอร์โฮสเตส

ในวันที่นาฬิกาดำน้ำหลายเรือนในตลาดทยอยขยับทั้งราคาและภาพลักษณ์ขึ้นไปเรื่อย ๆ HydroConquest เจเนอเรชั่นใหม่ปี 2026 กลับเล...
25/05/2026

ในวันที่นาฬิกาดำน้ำหลายเรือนในตลาดทยอยขยับทั้งราคาและภาพลักษณ์ขึ้นไปเรื่อย ๆ HydroConquest เจเนอเรชั่นใหม่ปี 2026 กลับเลือกเดินอีกทางหนึ่ง ด้วยการรักษาสมดุลระหว่างความเป็น Swiss Made Diver Watch ที่จริงจังทั้งในเชิงสเปก และการเป็นนาฬิกาที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ทำให้รุ่นนี้ยังคงเป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นที่น่าสนใจที่สุดของ Longines
#คลับลองจินส์ #นาฬิกา #นาฬิกาลองจินส์

HydroConquest Adventure meets elegance ขอเชิญคุณร่วมค้นพบนิยามใหม่ของสมรรถนะและความประณีต ผ่านคอลเลกชั่น HydroConquest เ...
22/05/2026

HydroConquest
Adventure meets elegance

ขอเชิญคุณร่วมค้นพบนิยามใหม่ของสมรรถนะและความประณีต ผ่านคอลเลกชั่น HydroConquest เจเนอเรชั่นล่าสุด ที่ผสานความสปอร์ตและความสง่างามไว้ในเรือนเดียว
พร้อมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับ Mocktail Workshop ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเติมเต็มบรรยากาศแห่งสไตล์และการพักผ่อนอย่างมีรสนิยม
📍 Central Udonthani
23 – 24 พฤษภาคม 2569
11:00 – 19:00 น.
สำรองที่นั่งผ่าน LINE Official: Longines Thailand

แอดมินเชื่อว่าหลายคนยังยึดกฎเดิมว่า“สูทหรือทักซิโด้ ต้องคู่กับ Dress Watch เท่านั้น”แต่จริง ๆ แล้ว การแต่งตัวร่วมสมัยเปิ...
20/05/2026

แอดมินเชื่อว่าหลายคนยังยึดกฎเดิมว่า
“สูทหรือทักซิโด้ ต้องคู่กับ Dress Watch เท่านั้น”
แต่จริง ๆ แล้ว การแต่งตัวร่วมสมัยเปิดพื้นที่ให้เล่นกับ contrast ได้มากกว่านั้นครับ
และหนึ่งในคนที่ทำให้ภาพนี้ชัดที่สุดช่วงนี้ คือ Enzo Paper อินฟลูเอนเซอร์สายวินเทจและลักชัวรีไลฟ์สไตล์ชาวฝรั่งเศส ที่เลือกใส่ Longines HydroConquest รุ่นใหม่ ขอบเซรามิกสี Luminous Blue บนสาย Milanese mesh คู่กับสูทดำและแว่นกันแดด บนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 79
ความน่าสนใจของลุคนี้ อยู่ที่การนำนาฬิกาดำน้ำสายสปอร์ตมาวางบนความเป็นทางการของสูทได้อย่างมีจังหวะ ด้วย HydroConquest เจเนอเรชั่นใหม่ปี 2026 ที่ออกแบบให้บางและสวมง่ายขึ้นกว่าเดิม ขณะที่ขอบเซรามิกสี Luminous Blue เติมประกายสีสันที่ตัดกับผ้าสูทโทนเข้มได้กำลังดี ส่วนสาย Milanese mesh ที่เพิ่งเปิดตัวในคอลเลกชั่นนี้ ก็ช่วยลดทอนความเป็น tool watch ลง ให้ผิวสัมผัสที่ละเอียดและแนบข้อมือดูเรียบหรูขึ้น จนกลายเป็นแอ็กเซสซอรีที่อยู่บนพรมแดงได้อย่างไม่เคอะเขิน
เทคนิคคอมพลีทลุคหล่อเนี้ยบ อยากเพิ่มมิติให้การใส่สูทมากขึ้น ลองเลือกโบว์หูกระต่ายในโทนสีเดียวกับสูทเพื่อรักษาความเรียบร้อยของลุคโดยรวม แล้วปล่อยให้นาฬิกาเรือนโปรดที่มีสีสันสดใสเป็นจุดดึงสายตาเพียงจุดเดียว
Credit:
Photography:
#คลับลองจินส์ #นาฬิกา LonginesWatch

หลังจากเปิดไลน์ Legend Diver ขนาด 39 มม. เมื่อปี 2023 เพื่อตอบโจทย์รสนิยมร่วมสมัยและการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ในปี 2026 L...
19/05/2026

หลังจากเปิดไลน์ Legend Diver ขนาด 39 มม. เมื่อปี 2023 เพื่อตอบโจทย์รสนิยมร่วมสมัยและการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ในปี 2026 Longines เลือกเดินกลับสู่สัดส่วนต้นแบบอย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยการเปิดตัว Longines Legend Diver 59 (Ref. L3.795.4.59.9) เรือนเวลาที่ถอดแบบจาก Longines Diver ปี 1959 อันเป็นต้นกำเนิดของคอลเลกชั่นได้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่เคยทำมา พร้อมจัดวางมาตรฐานทางเทคนิคให้สอดรับยุคปัจจุบันอย่างครบถ้วน ทั้งการรับรองโครโนมิเตอร์จาก COSC ทั้งเรือน การผ่านมาตรฐานนาฬิกาดำน้ำ ISO 6425 และการขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานมือ Calibre L888.6
มุมที่น่าสังเกตในเชิงคอนเซ็ปต์ของ Legend Diver 59 คือการเลือกใช้กลไกอัตโนมัติขึ้นลานมือใน Calibre L888.6 ทั้งที่ต้นฉบับปี 1959 อย่าง Ref. 7042 ขับเคลื่อนด้วย Calibre 19AS อันเป็นกลไกอัตโนมัติ และทุกรุ่นในตระกูล Legend Diver ก็ล้วนเป็นกลไกอัตโนมัติเช่นกัน
การที่ Longines เลือกเปลี่ยนมาเป็นไขลานมือในรุ่น Legend Diver 59 เป็น การตีความใหม่ในแนวทาง Heritage Reissue ที่ได้รับความนิยมในวงการนาฬิกาช่วงหลัง แนวทางที่ไม่ได้มุ่งจำลองอดีตทุกรายละเอียด แต่เลือกหยิบองค์ประกอบบางอย่างกลับมาเพื่อสร้างความรู้สึกร่วม เช่น ประสบการณ์การขึ้นลานมือที่สร้างความสัมผัสระหว่างนักสะสมและนาฬิกาเรือนโปรด
#คลับลองจินส์ #นาฬิกา #นาฬิกาลองจินส์

“ งานของผมไม่ได้ Control เวลาแค่ผมคนเดียว ผมจึงต้องมี Scope of Work ให้เป๊ะมากที่สุด ”  คุณตั้ม กณวรรธน์ ใจพรหม ช่างภาพบ...
19/05/2026

“ งานของผมไม่ได้ Control เวลาแค่ผมคนเดียว ผมจึงต้องมี Scope of Work ให้เป๊ะมากที่สุด ”

คุณตั้ม กณวรรธน์ ใจพรหม ช่างภาพบริษัทจิวเวอรี่ 1 ในเจ้าของนาฬิกา Longines ที่บริหารเวลาได้สุดยอดเลยครับ การทำงานร่วมกันหลายทีมแอดมินคิดว่ามันต้อง Control เวลาของทีมตัวเองให้เป๊ะที่สุด ซึ่งบางทีก็ยากนะครับแต่คุณตั้มเขาจัดการกับเรื่องนี้ได้อย่างอยู่หมัดเพียงแค่คำว่า เวลา และนาฬิกาของ Longines

#คลับลองจินส์ #นาฬิกา

ที่อยู่

Bangkok
10540

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Longines Watch Club Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Longines Watch Club Thailand:

แชร์