04/09/2022
สรุปเทรนด์ Marketing ปี 2022
แบบอ่านง่ายๆ เอาเก็บไปคิดต่อได้เลย
(จาก The Secret Sauce)
จากข้อมูลและสถิติที่ผ่านมาเราจะเห็นการเติบโตของดิจิทัลมากขึ้น ทำให้หลายธุรกิจใช้กลยุทธ์แบบเชิงรุกมากมาย เมื่อการแข่งขันเพิ่มขึ้น การตลาดแบบเชิงลึกก็ยิ่งท้าทายอย่างมาก เพราะเมื่อใครทันการตลาดก่อน ศึกษาก่อน ก็ยิ่งได้เปรียบก่อน เพราะในอนาคต ดิจิทัลอาจไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่มันจะเป็นการดำเนินธุรกิจหลักอย่างแน่นอน
100WEALTH จึงสรุปเทรนด์ การตลาดปีนี้ จาก The Secret Sauce ที่ดำเนินรายการโดย คุณเคน นครินทร์ และ คุณ เอิร์ธ-อรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ Adapter Digital มาฝาก
ตัวเลขที่น่าทึ่งคือ มีการคาดการณ์ว่า เม็ดเงินโฆษณาสื่อดิจิทัลทั่วโลก ในปี 2022 จะอยู่ที่ 60% เป็นครั้งแรกของโลก และแซง mass media เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในขณะที่อเมริกาเมื่อปลายปีที่ผ่านมาขึ้นเป็น 72% แล้ว (แต่เฉลี่ยทั่วโลกคือ 60%) ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นคลื่นลูกใหม่ ที่เราสามารถหยิบโอกาสตรงนั้นมาทำธุรกิจได้
มาดูภาพรวม Digital Mainstreamed การตลาดแห่งอนาคตที่ดิจิทัลไม่ใช่ส่วนเสริมอีกต่อไป
8 ใน 10 ของคนตอนนี้ ผู้บริโภคคือ digital consumer แล้ว จะเห็นว่ามันเติบโตมากขึ้น รวมไปถึง การเข้าไปดูคอนเทนต์และเข้าไปดูแพลตฟอร์มที่มากขึ้นตามไปด้วย
หากจะพูดถึงกลยุทธ์แกนหลักของดิจิทัล คีย์เวิร์ด 3 อย่างคือ
🔹Digitalization
ให้คนบนออนไลน์ซื้อจบในที่เดียว หรือ end to end คือ เห็น รู้จักสินค้า และซื้อให้ทีเดียว โดยการจะไปถึงจุดนั้น ต้องดูว่าใน digital economy เราอยู่จุดไหน เราขาดอะไร เอามาพัฒนาเพิ่มได้ไหม พร้อมจะ include อะไร (คล้ายเช็กลิสต์)
🔹Virtualization
AR/VR/Sensor จะทรงประสิทธิภาพมากขึ้น World economic forum บอกไว้น่าสนใจว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างสีสัน แต่มันเข้าไปอิมเเพคในทุก ๆ sector ของทุกอุตสาหกรรม พวกนี้กำลังกลมกลืนเข้าไปในชีวิตของผู้คน นี่คือคีย์เวิร์ดสำคัญ เช่นคนกำลังนิยม virtual try-on คือการลองเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องสำอางค์ แว่นตา และสินค้าหลายประเภท รวมไปถึงมิติอุตสาหกรรมอื่นๆด้วย
และ Gucci เองได้มีการสร้างแอปและเน้นไปที่ virtual try-on ที่คนสามารถลองรองเท้า กระเป๋าได้ และอีกอันหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ Virtual Human ที่มีเอไอหน้าตาคล้ายมนุษย์ที่สุดเพื่อตอบสนองด้านบริการ สินค้า โดยเอไอนั้นไม่มีตัวตนแต่ จะปรากฎบนจอภาพที่มีใบหน้าเหมือนคนที่สุด เพื่อบริการและอธิบายสินค้าแก่ผู้บริโภค เช่น สตาร์ทอัพของ Samsung ได้เริ่มโปรเจ็กนี้แล้ว
🔹Datafication
เป็นโปรแกรมการเก็บข้อมูลลูกค้า การเก็บข้อมูลสำคัญมากจนธุรกิจไหนไม่มี อาจจะไปไม่รอดได้ คีย์เวิร์ดที่น่าสนใจในการเก็บข้อมูลคือคำว่าให้ collect carrots ไม่ใช่ collect cookies เพราะแครอทคือ first party data แต่ cookies คือ Third party data
เพราะคำว่าแครอทนั้น ใหญ่กว่า และมีประโยชน์มากกว่านั่นเอง อีกทั้ง google เองยังออกมาประกาศว่าการมี first party ของตัวเอง ทำให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะต่อไป Cookies จะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป (ซึ่งเป็นประเด็นกันอยู่ตอนนี้)
และการจะทำให้การเก็บเดต้าสมบูรณ์แบบคือเราต้อง มี CRM ที่เป็น Key หลัก โดยเก็บข้อมูลลูกค้าและสร้างเอไอมาประกอบเพื่อสร้างแอปพลิเคชันของแบรนด์ เช่น เมื่อมีข้อมูลลูกค้าสั่งที่ไหน อีกกี่นาทีลูกค้าถึงจะถึงร้าน พนักงานสามารถอุ่นขนมปังได้เมื่อลูกค้าใกล้ถึงแล้วเท่านั้น เพื่อคงความกรอบและรสชาติของขนมปัง ที่ดีที่สุด เป็นต้น
ซึ่ง top skill ที่ การตลาดทั่วโลกต้องการคือ Digital Consumer Intelligence โดยการจะหยิบไปใช้ให้มีประสิทธิภาพคือต้องอย่าเก็บแยกเดต้า แต่ให้รวมเป็นทีมเดียวกัน เราจะรู้ข้อมูลที่เราไม่เคยรู้มากก่อน ซึ่งสำคัญมาก ๆ
เช่น KFC เอาข้อมูลจากโซเชียล มาประกอบเป็นโฆษณาโดยใช้ AI ทำ ประกอบเข้ากับคอนเทนต์และ Message และยิงแอดไปที่กลุ่ม target ทั้งหมด เพื่อจะได้รู้ว่า คนสั่งจริงหรือไม่ สั่งตอนไหน โดยผลคือเกินคาดมากๆ
จากเดิมที่คิดว่า คนสั่ง KFC ช่วงเที่ยงและเย็น กลับกลายเป็น lazy lunch และช่วงกลางสัปดาห์ ซึ่งทำให้เขาเห็นความเชื่อมโยงทั้งหมดของลูกค้าและ Journey ต่างๆ นี่คือความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจาก performance ที่ดี
ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของเทรนด์การตลาดดิจิทัล ที่ทุกธุรกิจควรรีบศึกษา เพื่อปรับตัวให้ทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
*ลิงก์เนื้อหาฉบับเต็ม เพิ่มให้ในคอมเมนต์แรกครับ
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
#ไปให้ถึง100ล้าน
*