28/03/2026
Over-entertained
ภาวะสนุกเกิน ...
ปัจจุบันพ่อหมอมักได้รับคำถามจากพ่อแม่ว่า "ไม่รู้จะเล่นอะไรกับลูก" วัน ๆ เล่นกับลูกจนหมดมุกแล้ว ... หลายบ้านพยายามให้ลูกเล่นตลอดเวลา เพราะเข้าใจว่า "การเล่นคืองานของเด็ก" ยิ่งเล่น ยิ่งฉลาด สมองดี เมื่อเข้าใจเช่นนี้แล้ว หลายบ้านจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูก "เล่น" ทั้งวัน
ฟังแล้วก็ดูดีนี่นา
พ่อแม่หลายคนจึงพยายามทำให้ลูก "สนุก" อยู่ตลอดเวลา ด้วยการเล่นกับพ่อแม่ (ซึ่งดีนะ ไม่ใช่ไม่ดี) ด้วยของเล่น ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ การร้องเพลง การฟังเพลง การกระโดดโลดเต้น ... ตัดภาพมาที่พ่อแม่สายอินโทรเวิร์ต บอกได้คำเดียวว่า บุญบาป 5555 ทำไมเหนื่อยขนาดนี้ ... แต่เอาวะ อิหญิง เพื่อลูก เล่นต่อค่ะ
หลายบ้านไปต่ออีก กิจกรรมในบ้านไม่พอ ไปต่อนอกบ้าน เบบี้ยิม สถานที่เล่น ลงคอร์สเล่นกับเด็ก ซื้อของเล่นให้ลูกมากมาย ... จนไปถึงการใช้ "หน้าจอ" ... เพื่อให้ลูกมีความสุข ได้เล่น ได้มีอะไรทำตลอดทั้งวันไม่ให้เว้นว่าง ... จนถึงจุดหนึ่งจึงมาถามหมอว่า "ไม่รู้จะเล่นอะไรกับลูกแล้ว คุณหมอ"
หากคุณแม่ที่ถามแล้วลักษณะเป็นเช่นนี้ พ่อหมอจะบอกว่า "เลิกเล่นบ้างก็ได้" "ให้ลูกว่างบ้างเถอะ" "ให้เราเองได้พักบ้างเถอะ" ... มากเกินไปก็ไม่ดีนะครับ ...
นี่อาจเริ่มเป็นปัญหาของการเลี้ยงลูกในปัจจุบันใสำหรับหลายบ้าน ด้วยการที่พ่อแม่พยายามให้ลูกมีความสุขตลอดเวลา ไม่ให้ว่าง ให้เล่นตลอดเวลาด้วยวิธีการต่าง ๆ นี่อาจทำให้เด็กเข้าสู่ภาวะ Over-stimulated คือ ถูกกระตุ้นตลอดเวลา โดพามีนหลั่งตลอดเวลา ยิ่งมีการใช้หน้าจอแล้วด้วยนั้น หลั่งกันพรึ่บ ๆ ซึ่งมันกำลังซ่อนปัญหาบางอย่างอยู่
การศึกษาพบว่า เด็กที่ได้รับความบันเทิงตลอดเวลา อาจมีปัญหากับการที่ต้องเล่นคนเดียวหรืออยู่กับตัวเองท่ามกลางความเงียบ เรียกได้ว่า ไม่สามารถอยู่ได้เมื่อตัวเองเบื่อ ซึ่งนี่เป็นทักษะอย่างหนึ่งที่จำเป็นในโลกสมัยนี้ เพราะเราพบว่าผู้ใหญ่เองหลายคนอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้ อยู่คนเดียวไม่ได้ เหมือนฟุ้งซ่านตลอดเวลา ต้องหาอะไรทำตลอดเวลา ชีวิตอยู่กับความสงบไม่ได้ และหลายครั้งไม่รู้ว่าจะจัดการกับความเบื่อนี้ยังไง
เหตุผลเป็นเพราะสมองที่ถูกกระตุ้นด้วยความสนุกสนานตลอดเวลาทำให้สมองคุ้นเคยกับการที่ต้องมีสิ่งเร้าจากภายนอกอยู่ตลอดเวลา หลายครั้งที่ความเงียบ ความสงบของสิ่งแวดล้อม การไม่มีอะไรทำ กระตุ้นสมองทำให้เกิดความหงุดหงิด หรือกระทั่งความโกรธได้เลยทีเดียว
นี่อาจเป็นด้านหนึ่งที่พ่อแม่ควรจะต้องตระหนักว่า ในทางหนึ่งการเล่นนั้นมีประโยชน์แน่นอน แต่หากการเล่นที่มากเกินไปก็อาจจะทำให้สมองคุ้นชินกับการที่ต้องถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้สมองอยู่แบบสงบ ๆ ไม่ได้
ดังนั้น นี่อาจเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่จะสอนและส่งเสริมการเล่นที่เรียบง่ายสงบ มีช่วงเวลาที่หยุดพัก มีการเล่นที่เป็นอิสระ ผ่านสิ่งแวดล้อมที่นิ่ง สิ่งเหล่านี้สำคัญมากเช่นกันเพื่อพัฒนาสมาธิ ทักษะการปลอบ ประโลมตัวเอง และการควบคุมอารมณ์ และนี่คือหนทางหนึ่งในการไปสู่สมองที่ยืดหยุ่น หรือ resilient brain
ว่างบ้างก็ได้แม่
ถ้าลูกคุณเป็นเด็กที่ว่างไม่ได้ ว่างปุ๊บหงุดหงิดปั๊บ หมอว่ามันน่าจะมีอะไรบางอย่างที่ไม่โอเคแล้วนะ
ทริคและทิปส์เหล่านี้ รวมถึงการเล่นกับลูกจะถูกขยายความให้พ่อแม่ได้เรียนรู้ในคลาส The Art of Parenting หัวข้อ Smart Brain 101 เพื่อให้ลูกเติบโตมีสมองที่ดี ฉลาดได้ ไม่เครียด เพราะการเล่นไม่ใช่แค่เรื่องเล่น ๆ คนที่ลงทะเบียนไว้พบกันในเดือน พ.ค. นี้ครับ คนที่สนใจลงทะเบียนไปตามรายละเอียดด้านล่างได้เลย
#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ
____________________
คลาส The Art of Parenting by หมอโอ๋ หมอวิน
1. คลาส SMART BRAIN 101 | พัฒนาการสมวัย 0-6 ปี สมองดีสร้างได้ ไม่เครียด
วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
https://mommymonsterth.page365.net/products/81312841
2. Empowering Self & Resilience ครั้งที่ 2
สร้างตัวตนภายในที่แข็งแรง ให้ล้มได้ลุกเป็น
วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
https://mommymonsterth.page365.net/products/81013230
3. เลี้ยงลูกวัยรุ่น (Teen Parenting)
วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
https://mommymonsterth.page365.net/products/81302997
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ทัก INBOX เพจนี้ หรือที่
http://m.me/108772654958559
สมัครคลาสเรียนด้วยด้วยตนเองที่
https://mommymonsterth.page365.net/
_________________
หนังสือเล่มใหม่ของพ่อหมอ "SUPER HEALTHY เลี้ยงลูกให้แข็งแรงแบบซูเปอร์" สั่งซื้อได้ที่
https://tamjaimorbooks.page365.net/products/81325224
พิเศษในช่วงเปิดตัว 280 บาทจาก 330 บาท
สั่งหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพเด็กและการเลี้ยงลูกของหมอวินทั้ง 5 เล่ม
รวมถึง นิทานชุด ‘เด็กชายช่างสงสัย’ ได้ที่
อินบอกซ์ http://m.me/tamjaimorbooks
และ https://tamjaimorbooks.page365.net/
S. SUPERHEALTHY เลี้ยงลูกให้แข็งแรงแบบซูเปอร์ [NEW 2569] ***
A. เลี้ยงลูกให้กินง่าย แก้ไขเด็กกินยาก ฉบับปรับปรุง
(ปลูกฝังพฤติกรรมการกินที่ดี แก้ปัญหากินยาก)
B. อย่าปล่อยให้พ่อแม่รังแกฉัน (การเลี้ยงลูกเชิงบวก)
C. The Parent's Guide to The First Year
เคล็ด(ไม่)ลับ สำหรับพ่อแม่มือใหม่
D. สู่วิถีเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ฉบับชีวิตจริง
Survival Guide to Breastfeeding
E. นิทานชุด มิน เด็กชายช่างสงสัย (3 เล่ม - เสียงอะไรน่ะ, แปรงฟัน แปรงฟัน, ก็ผมไม่อยากนอนนี่นา)