โทร เส้นทาง ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Metro Music Room ให้ความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์แก่ผู้สนใจ ช่วยปรับแต่งไวโอลิน ไม่ขายของ

ให้ "คำแนะนำ" เรื่องปรับแต่งอุปกรณ์ เรื่องอุปกรณ์ต่างๆ กับคนรักไวโอลิน แต่ไม่ขาย ไม่รับซื้อ ไม่รับทำ ไม่รับดู ช่วยทำเฉพาะกับคนคุ้นเคย หรือ ผู้ที่ถูกแนะนำมา เป็นการช่วยแบบไม่มีค่าใช้จ่าย

เมืองไทยความชื้นสูงเป็นปกติราว 70% แต่ในช่วงฝนตกหนัก ความชื้นอาจพุ่งสูง 90%+ เหมือนช่วงที่ผ่านมา... คนที่ใช้ไวโอลินเก่า ...
02/10/2026

เมืองไทยความชื้นสูงเป็นปกติราว 70% แต่ในช่วงฝนตกหนัก ความชื้นอาจพุ่งสูง 90%+ เหมือนช่วงที่ผ่านมา... คนที่ใช้ไวโอลินเก่า หรือ ไวโอลินคุณภาพดีๆ ตัวไวโอลินมักจะอ่อนไหวต่ออุณหภูมิและความชื้นมาก
- ไทยเป็นเมืองร้อน ความชื้นระดับ +/- 70% อยู่ตลอด ตัวไวโอลินก็ปรับตัวในอุณหภูมิห้องปกติ
- การเก็บไวโอลินอยู่ในกล่องคุณภาพสูง ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิ และกันความชื้นได้ แบบนี้ดีที่สุด
- แต่ถ้าใช้กล่องแบบธรรมดา ก็ใส่ "แผ่นดูดความชื้น" ที่ใช้กับอุปกรณ์กล้องถ่ายรูป ใส่ไว้สักแผ่นสองแผ่น... จะช่วยได้มาก
- การห่อไวโอลินด้วย ผ้าพันคอผืนใหญ่ที่ทอจากเส้นไหมธรรมชาติ เป็นการช่วยอีกชั้นหนึ่ง เพราะเส้นใยของไหมช่วยคุมอุณหภูมิ ช่วยกันความชื้นและระบายความชื้นได้ดี การใช้ผ้าที่ทำจากใยสังเคราะห์ไม่ดี... ไม่ใช้ยังจะดีเสียกว่า เพราะผ้าหรือถุงผ้าใส่ไวโอลินที่ทำมาจากใยสังเคราะห์ จะอมความชื้น และระบายความชื้นได้ต่ำ

เมื่อทำแบบนี้ หลังฝนตก ก็ไม่ต้องไปเปิดกล่อง หรือวางไวโอลินในห้องที่รับไอแดดอ่อน เพื่อช่วยไล่ความชื้น วิธีนี้ถ้าต้องทำบ่อยๆ ก็คงไม่ดีนักเพราะโครงสร้างไวโอลินเองไม่ค่อยชอบ อุณหภูมิ หรือ ความชื้น ที่ไม่คงที่

ทำความสะอาดโลหะประกอบฟร็อก... ง่ายๆ โดยใช้ครีมขัดโลหะ วีนอล ใช้คัตตั้นบัด ป้ายครีมทิ้งไว้สักสองสามนาที แล้วขัดออก อย่าให...
20/09/2026

ทำความสะอาดโลหะประกอบฟร็อก... ง่ายๆ โดยใช้ครีมขัดโลหะ วีนอล ใช้คัตตั้นบัด ป้ายครีมทิ้งไว้สักสองสามนาที แล้วขัดออก อย่าให้ครีมไปโดนหางม้า... บางคนก็ใช้ผ้าเช็ดเงินขัดก็ใช้ได้ แต่ถ้านานๆ ทำที แนะนำครีมขัดโลหะจะเหนื่อยน้อย

ครีมนี้ใช้ได้ทั้งฟร๊อกแบบ นิกเกิ้ล ซิลเวอร์ และ สเตอร์ลิงก์ ซิลเวอร์... ส่วน นิกเกิ้ล นั้นควรทำความสะอาดสม่ำเสมอ เพราะถ้าไม่ทำเลยมันอาจจะเกิดสนิมเขียวและกร่อนผิวโลหะ ส่วนเงินไม่ทำเลยก็จะดำปี๋ ดูไม่น่าใช้ และ เหมือนจะขาดวินัย ไม่ค่อยดูแลอุปกรณ์... ฝรั่งมักไม่ต้องทำเอง เพราะเปลี่ยนหางม้าคราวละ 3-6 เดือน/ครั้ง การทำความสะอาดโลหะบนฟร็อกก็ปล่อยเป็นหน้าที่ของช่างขึ้นหางม้าที่จะทำให้

ยุคนี้เป็นยุคที่ต้องเลิกด้อยค่าไวโอลินจากจีน... (ไม่นับรวมไวโอลินจีน เกรดโรงงาน) ตอนนี้แม้ฝรั่งก็ยอมรับในคุณภาพว่า ช่างจ...
12/09/2026

ยุคนี้เป็นยุคที่ต้องเลิกด้อยค่าไวโอลินจากจีน... (ไม่นับรวมไวโอลินจีน เกรดโรงงาน) ตอนนี้แม้ฝรั่งก็ยอมรับในคุณภาพว่า ช่างจีน...ไม่ด้อย ทั้งไวโอลินและคันชัก

จากภาพเป็น Guarneri copy ทั้งคู่...
- ตัวซ้าย พื้นดำ ไวโอลินอิตาเลี่ยน Ole Bull copy ระดับมาสเตอร์ ช่างคือ Paolo Vettory, "ราคาราว 1.3 ล้าน บาท"
- ตัวขวา พื้นเขียว ไวโอลินจีน เกรดเวิร์คช๊อป Il Canone copy จาก Lou Wen Fei workshop "ราคา 13,000 บาท" (ไม่รวมค่าส่ง) ไม้แผ่นหน้า อิตาเลี่ยน สปรู๊ซ, ไม้แผ่นหลัง คาพาเที่ยน เมเปิ้ล และลงด้วยยูโรเปี้ยน วานิช

แน่นอนว่า เราไม่ได้เทียบคุณภาพ... เราเทียบในส่วน finishing & appearance... มันแน่อยู่แล้วว่า ไวโอลินราคาแค่หมื่นสาม จะไปสู้คุณภาพกับราคาล้านสามได้อย่างไร... แต่ถ้าดูจากภาพ... หรือ ต่อให้เห็นตัวจริง คนส่วนใหญ่จะไม่รู้เลยว่าเป็นไวโอลินจีน... แต่หลายคนอาจแย้ง... บอกว่า ถ้าได้ "ลองเสียง" จะบอกได้ว่า "จีนหรือเปล่า" เมื่อก่อนอาจใช่... แต่ตอนนี้อาจไม่ใช่ สาเหตุเพราะ ช่างจีนจำนวนไม่น้อยผ่านเทรนนิ่งจากยุโรป และ หลายคนแม้เรียนในจีน แต่ตัวอาจารย์ก็จบจากอิตาลี... นักเรียนก็จะได้อิทธิพลของ Italian Schools ไปอัตโนมัติ ในแต่ละปีจะมีช่างจีนที่จบจากอิตาลีได้รับรางวัลในการแข่งขันทำไวโอลินรายการใหญ่ๆ ปีละหลายคน

Italian Tone มีจริง... เกิดจากวิธีการที่ช่างอิตาเลี่ยนจัดการกับ bass bar และการกำหนดความหนาบางของแผ่นหน้าในส่วนของ lower bout (พื้นที่ส่วนที่อยู่ใต้หย่องลงมา) ทำให้ได้เสียงออกมา "deeper" มีเอกลักษณ์แตกต่างจากไวโอลินที่ทำตามแบบของ French and German Schools ทำให้ตอนนี้เราถึงเห็นไวโอลินจากจีนที่โทนเสียงดีขึ้นอย่างมาก ต่างจากไวโอลินจีนแบบเดิมๆ ต่างขนาดหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ช่างจีนก็ขายในราคาที่น่าซื้อ และคุณภาพ ก็ชนะไวโอลินโรงงานของฝรั่ง ในราคาเท่ากันแบบขาดลอย... ยิ่งนานวัน ฝีมือก็ยิ่งพัฒนา... ถ้าเราเลือกซื้อได้ถูกที่ ถูกช่าง ไวโอลินจากจีนคุ้มค่ามาก

Cr. ภาพไวโอลินอิตาเลี่ยน จากเฟสของ เปาโล เวตโตรี

ใช้ยางสนราคาแพงให้คุ้มค่า... หดตัวน้อย อายุการใช้งานนาน กล่องพลาสติกแบบ "สูญญากาศ" ช่วยได้มาก ตัวอย่างนี้คือ Larica Gold...
12/09/2026

ใช้ยางสนราคาแพงให้คุ้มค่า... หดตัวน้อย อายุการใช้งานนาน กล่องพลาสติกแบบ "สูญญากาศ" ช่วยได้มาก ตัวอย่างนี้คือ Larica Gold 1 อายุกว่า 10 ปี ยังใช้ได้ดี... หากบางช่วงรู้สึกว่าผิวเริ่มแข็งเพราะหดตัว ถูแล้วลื่น ไม่มีฝุ่น ก็ใช้ "กระดาษทราย" หยาบปานกลาง... ถูเปิดผิวออก เป็นการทำ refresh rosin ยางสนก็จะกลับมาใช้ได้ปกติ ซึ่งก้อนนี้อายุกว่า 10 ปี ใช้กระดาษทรายเปิดผิวแค่ 2 ครั้ง

หลายคนคงยังไม่ได้ดู... เลยเอากลับมาใหม่...
06/09/2026

หลายคนคงยังไม่ได้ดู... เลยเอากลับมาใหม่...

สัดส่วนที่สำคัญ... บอกได้ระดับหนึ่งว่าไวโอลินตัวใดวางหย่องมาถูกต้องระดับหนึ่งแล้ว... แต่อย่าลืมว่า การขยับตำแหน่งหย่อง จ...
06/09/2026

สัดส่วนที่สำคัญ... บอกได้ระดับหนึ่งว่าไวโอลินตัวใดวางหย่องมาถูกต้องระดับหนึ่งแล้ว... แต่อย่าลืมว่า การขยับตำแหน่งหย่อง จะต้องขยับตำแหน่งซาวด์โพสด้วย

เมื่อได้รับไวโอลินที่ bid มาจาก ebay แล้ว... หย่องที่ผู้ขายถอดแยกไว้ จะวางตรงจุดไหนดี... คำตอบง่ายๆ สำหรับไวโอลิน 4/4 คือ ความยาวจาก Top nut มาถึง ตำแหน่งวางหย่องที่ถูกต้อง มี 3 ระยะ

328 mm - 329 mm - 330 mm

จะเลือกจุดใดก็ต้องลองตั้ง ปรับ soundpost ทดสอบเสียงว่าจุดใดไวโอลินเสียงคมชัด resonate ได้ดีที่สุด ก็คือจุดนั้น

ส่วนการหาระยะ afterlenght ก็ง่ายๆ ถ้าใช้ที่ 328 mm ÷ 6 = 54.66 เป็นความยาวสาย ระหว่างหย่องถึง fret หางปลา (54.8 or 53.3 mm) ซึ่งโดยทั่วไป ถ้าไม่ปราณีต จะเอาตัวเลขกลาง ก็ใช้ที่ 330 mm ก็มักจะเหมาะกับไวโอลินทั่วไป (328 mm ก็มีไว้สำหรับบางตัวที่มีความยาวต่ำกว่าปกติไป 2-3 mm)

อีกวิธีคือ วัดจาก shoulder จรดขอบ hanging ฝั่งสาย E ตรงลงมาที่ 19.64 cm ก็เป็นตำแหน่งที่ adjuster หลายคนเลือกใช้ แบบนี้ก็ได้

น่าสนใจ... สมเหตุสมผล
29/08/2026

น่าสนใจ... สมเหตุสมผล

🎻 Get my free practice guide + weekly tips: https://www.wilhelmmagn...

ควรจัดการกับไวโอลินใหม่อย่างไร...คำแนะนำจากช่างไวโอลินชาวญี่ปุ่น ที่ทำงานในครีโมน่า... (Enlish sub) เขาเป็นมืออาชีพก็อธิ...
20/08/2026

ควรจัดการกับไวโอลินใหม่อย่างไร...
คำแนะนำจากช่างไวโอลินชาวญี่ปุ่น ที่ทำงานในครีโมน่า... (Enlish sub) เขาเป็นมืออาชีพก็อธิบายความได้ดี ... ขั้นตอนไม่ยาก ไม่ลึกลับ ซับซ้อน ใครๆ ก็ทำได้ ตอนซื้อไวโอลินใหม่เมื่อมีนาคมที่ผ่านมา ก็ทำคล้ายๆ กับคำแนะนำนี้... ได้ผลดีมาก

新作のバイオリンやヴィオラ、チェロは、完成した瞬間がゴールではありません。演奏を重ねることで音色は少しずつ変化し、楽器は演奏者ととも...

มีเพื่อน ส่งมาให้ดู... น่าสนใจ... บอกต่อ... มี master makers ที่มีชื่อเสียงมาก 2 คน จะมาพูดอะไรให้ฟัง และไวโอลินของ Robe...
03/08/2026

มีเพื่อน ส่งมาให้ดู... น่าสนใจ... บอกต่อ... มี master makers ที่มีชื่อเสียงมาก 2 คน จะมาพูดอะไรให้ฟัง และไวโอลินของ Roberto Regazzi/Scrollavezza/Zanre ก็น่าสนใจ เพราะมีรายละเอียดแตกต่างจาก Cremonese school

🎻 L’ARTE DEL VIOLINO: ITALIAN MASTER VIOLINS 🎻 รับจำนวนจำกัด แค่ 25 คน !

สัมผัสเสน่ห์งานคราฟต์ระดับโลก นิทรรศการและการแสดงไวโอลินจากอิตาลีและฝรั่งเศส รวม 9 ตัว! พร้อมกิจกรรมบรรยาย จากช่างทำไวโอลินระดับโลก และการแสดงสด
📅 วันพุธที่ 12 สิงหาคม 2026
⏰ เวลา: 16:00 – 19:00 น.
📍 สถานที่: VP MUSIC HALL

✨ ไฮไลต์ภายในงาน
16:00 น. – Opening Talk: แชร์ประสบการณ์การเดินทางและคัดสรรไวโอลินชั้นยอดในอิตาลี
17:00 น. – Guest Lecture (Live Stream): เจาะลึกประวัติศาสตร์และการคืนชีพของไวโอลินอิตาลี โดยวิทยากรพิเศษ Elisa Scrollavezza & Andrea Zanrè
18:00 น. – Live Performance: การบรรเลงสดบทเพลงของ Shostakovich และ Leclair
18:30 น. – Restore the Shine Workshop: เวิร์กช็อปดูแล ทำความสะอาด และคืนความเงางามให้ไวโอลินอย่างถูกวิธี (โปรดนำไวโอลินของท่านมาด้วย)

🎟 ค่าเข้าชม
บุคคลทั่วไป: 599 บาท
เยาวชน เปิดรับตั้งแต่ 11 ปีขึ้นไป & นักเรียน (อายุไม่เกิน 18 ปี): 299 บาท

🎁 สิทธิพิเศษ! ผู้ลงทะเบียน 10 ท่านแรก จะได้รับโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟในการทดลองเล่นและสัมผัสเสียงจริงของไวโอลินระดับ Master ในงาน!
📥 สนใจเข้าร่วมงาน สำรองที่นั่งหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Inbox เลยครับ!
☎️ 086-778-8116

รายละเอียดงาน https://drive.google.com/file/d/1gnhX5Y8jsIqNgViG0SDtEPjuY7JwbCZe/view?usp=sharing

สมัครได้ที่ลิ้งค์นี้ครับ https://forms.gle/zZvy8gGVhE6vRHCf9

ไวโอลินเก่า เทียบ ไวโอลินใหม่... แบบไหนถึงจะน่าสนใจกว่ากัน... งบประมาณ... จะทำให้คำตอบมันหลากหลาย และที่น่าเสียดาย คือ ย...
28/07/2026

ไวโอลินเก่า เทียบ ไวโอลินใหม่... แบบไหนถึงจะน่าสนใจกว่ากัน... งบประมาณ... จะทำให้คำตอบมันหลากหลาย และที่น่าเสียดาย คือ ยุคของ "better quality" antique European violins & bows ในเมืองไทยมันผ่านไปแล้ว เพราะภาวะทางเศรษฐกิจไทยที่ป่วยเรื้อรังมานานหลายปี

จากความเห็นส่วนตัว... จะตอบว่า "ต้องตั้งงบก่อน และ พยายามทำการบ้านด้วย" ถ้ามีงบไม่เกิน 1 แสน และ อยากได้ไวโอลินที่คุ้มค่าจริงๆ ก็แนะนำไวโอลินใหม่จากช่างจีนที่มีมาตรฐาน และถ้าได้ไปเลือกเองจากงาน Music China ที่เซี่ยงไฮ้ ที่มีจัดทุกปีในเดือนตุลาคม ก็คงสนุกมากสำหรับคนมีงบเฉียดแสน เพราะจะได้ของดี แถมถือว่าได้ไปเที่ยวหนึ่งในมหานครระดับโลกไปด้วย... ส่วนไวโอลินจีนเกรดดีจริงที่บางแห่งลงขายในอีเบย์ในราคาเกือบหนึ่งแสนบาท ร้านก็คงลงไปเพียงเพื่อให้เป็นเครดิตของเวิร์คช๊อปแค่แสดงว่า... ของดีจริงเขาก็มีขายนะ แต่คนขายเขาก็เข้าใจว่าไวโอลินจีนในราคานี้ ไม่มีคนจะกล้าซื้อโดยไม่ได้เห็น ไม่ได้ลองของจริงหรอก... คนจีนเองก็ไม่ซื้อออนไลน์ราคานี้

นักเรียนไวโอลินที่อยู่ในระดับวิทยาลัยดนตรี เช่น ในญี่ปุ่น และอเมริกาเหนือ... ส่วนมากคงใช้ modern Italian violins และจากช่างในประเทศที่มีชื่อเสียงที่จบจากอิตาลีเป็นหลัก ราคาก็ตกราวๆ $16,000-25,000 กันเป็นส่วนใหญ่... จ่ายราคานี้ต้องช่างไม่โนเนม... ส่วนคันชักก็คงราว $2,000-4,000 ซื้อง่าย ขายคล่อง เพราะร้านก็สามารถช่วยจัดการเรื่องผ่อนกับธนาคารกันได้ง่ายๆ สามารถผ่อนจ่ายได้ยาวนาน... จึงสะดวกในการเป็นหนี้มาก...

ส่วนงบต่ำลง เช่น 50,000 บาท อยากใช้ old European violins ก็เดาไว้ก่อนเลยว่าไวโอลินนั้นเป็น German factory grade ธรรมดา หรืออย่างมากก็แค่ better grade factory... หากแยกแยะเองไม่ได้ ลองเล่นเองก็ไม่ค่อยถนัด ตรวจประเมินสภาพเองก็ไม่เป็น บวกกับไม่ได้ตรวจสอบราคาตลาดมาก่อน ก็มักจะซื้อพลาด เพราะงบนี้คือเกรดธรรมดาที่สุด ส่วนจะหาให้ได้ "คุณภาพดี" เทียบเท่ากับไวโอลินใหม่จากช่างจีนเก่งๆ ในงบเดียวกัน... คงสู้ไวโอลินจีนไม่ได้

ส่วนงบไม่เกิน 25,000 บาท... ก็ซื้อจากผู้ขาย "บางราย" ที่เคยแนะนำไว้จากในอีเบย์ หรือ อาลีฯ ก็ได้ เพราะเท่าที่เห็นตัวอย่างจากหลายคนที่ซื้อมา.... คุ้มค่าเงินทุกชิ้น...

เคยเห็น German factory violin สภาพซอมซ่อของนักเรียนหนุ่มใหญ่คนหนึ่ง เขาเล่าว่าครูเขาขายให้ ครูบอกว่าคุณภาพ "ใช้โซโล่ได้เลย ราคา 70,000 บาท"... ครูตกลงว่าให้ผ่อนยาว 48 เดือน.... เราได้แต่อึ้ง... พูดอะไรไม่ถนัด เพราะมองแล้ว น่าจะ 35,000 บาท สภาพก็ยังไม่ได้ปรับแต่ง แถมครูใจดีมาก... ให้ผ่อนยาวเสียด้วย เพื่อจะได้จ่ายค่าเรียนไปด้วยอีกตั้งสี่ปี (70,000 + 115,200)... ใจร้ายมาก... ความเชื่อใจ และไม่รู้จักทำการบ้านเองบ้างเลย... มักให้ผลำม่ดี

ไวโอลินเก่าในราคาไม่เกิน 5 หมื่น มักจะเป็น factory grade violin จากเยอรมัน หรือ ยุโรปตะวันออกเสียทั้งหมด และเป็นเกรด beginner เกือบทั้งหมด ยิ่งติดฉลากที่ไม่บอกชื่อช่าง หรือ ชื่อ workshop ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ มองง่ายๆ แค่นี้... ส่วนถ้าไม่มีฉลาก ดูไม่เป็น ก็คงต้องเดาเอาเองว่าเป็นประเทศไหนกันแน่ และ บางทีฉลากเป็นกระดาษมีข้อความระบุชื่อช่าง ทำนองอิตาเลี่ยน พิมพ์เป็นตัวอักษรพิมพ์ดีด หรือพิมพ์จากเครื่องพิมพ์ สีของกระดาษเหมือนเอาไปชุบกาแฟ หรือน้ำชามาก่อนให้ดูเก่าๆ ขลังๆ แต่ไวโอลินมีลักษณะทำจากแถวยุโรปตะวันออก ผิววานิชบางจุด จงใจทำรอยถลอกๆ นัวๆ เหมือนโดนปัดกระดาษทรายมา จะให้ดูว่าถูกใช้มาโชกโชน ต้องดีแน่... แบบนี้ก็ยังเคยเห็น คือ คนทำคงพยายามจะเพิ่มมูลค่า

ส่วนไวโอลินเก่าของเยอรมันที่ถือว่าเป็น better grade factory violin หากมี "สภาพค่อนข้างดีพร้อมใช้" (อายุราว 60 ปีขึ้นไป) ก็น่าจะมีราคาในต่างประเทศ ราวๆ 5 หมื่นบาท up... เช่น ที่เป็นของจากโรงงานของ Roth, Heberlein, Bausch etc. ครูไวโอลินในต่างประเทศก็มักจะบอกแบบนี้กันเป็นส่วนมาก... และถ้าเป็นของเก่าดูสภาพน่าจะเป็นร้อยปี และบนฉลากพิมพ์ว่า made in Germany ก็รู้เลยว่า คือ กลุ่มไวโอลินเยอรมัน เกรดนักเรียนจำนวนมากมายที่ถูกส่งไปขายในอเมริกา มีจำนวนหลักหมื่นชิ้นในแต่ละปี เริ่มต้องระบุ place of origin ในราว +/- ปี 1890 เป็นต้นมา... ช่วงนั้นไวโอลินเยอรมันราคาขายในนิวยอร์ค แค่ $10-30, ไวโอลินฝรั่งเศส $30-50, ไวโอลินอิตาเลี่ยน $50-300...โดยประมาณ เทียบค่าเงิน USD1 = THB 8-10 ค่าเงินดอลล่าตอนนั้น... (ถูกจริงๆ และค่าเงินของไทยก็ถอยหลังลงคลองมาเรื่อย... ประเทศไทยยิ่งเจริญ คนไทยยิ่งจน)

ไวโอลินฝรั่งเศสเก่าที่คุ้มค่า ที่อาจพอหาได้ในราคาราว 4 - 6 หมื่นบาท แล้วแต่สภาพที่ขายในอเมริกาตอนนี้ (ถือว่าต่ำสุด เป็น lower price violin) ก็เป็นไวโอลินฝรั่งเศสเก่าที่ติดฉลาก (รุ่น) Medio Fino จากร้าน JTL, Paris อายุราวๆ +/- 80 ปีถือว่าเป็นเกรดระดับต้นเท่านั้นเอง แต่ยอมรับกันทั่วไปว่าคุณภาพเสียงดีมากสำหรับนักเรียนฝรั่งมือใหม่ที่มีงบสูง (Medio Fino นี้ส่วนหนึ่งก็เป็นไวโอลินมาจากเยอรมัน เอามาติดฉลากในฝรั่งเศส)

ส่วนการซื้อ หรือ ประมูล "ไวโอลินเก่าจาก อีเบย์" เป็นอะไรที่เสี่ยงมากที่สุด เพราะตัวไวโอลินและฉลาก อาจไม่ตรงกัน หรือไม่ก็เป็นฉลากที่มีชื่อช่างที่หา ที่มา ที่ไปไม่ได้ คือไม่มีชื่ออยู่ในสารบบของช่างไวโอลิน (เป็นแค่ make up name ไม่มีตัวตนจริง) หรือ ไม่มีฉลาก และอาจจะเป็นไวโอลินที่มีปัญหาบางอย่างซ่อนอยู่ด้วย ร้านไวโอลินเลยเอามาลงประมูล เช่น มีบางจุดที่ต้องซ่อม (จากภาพถ่ายมองไม่รู้) งานซ่อมที่จัดว่าเป็นงานจุกจิก เสียเวลามาก ไม่คุ้มค่าแรงที่ร้านจะเสียเวลาซ่อม ซ่อมแล้วเอาไปตั้งขายในร้านก็ไม่ค่อยได้ราคาเพราะเกรดไม่ดี ก็เลยเอาไปลงประมูล ขายๆ ไปซะ จะคุ้มกว่า จึงมักมีคนจีนชอบมาประมูลไวโอลินกลุ่มนี้เยอะ ก็เพื่อเอาไปซ่อมเอง เพราะในจีน ช่างหาง่าย เก่ง และค่าซ่อมก็ถูก ขายต่อจะได้ราคาดี

การซื้อ antique European workshop violins จากคนขายที่ไม่ใช่ dealer โดยคนซื้อตัดสินจากชื่อบนฉลากที่ดูว่าเก่าๆ อย่างเดียวก็ควรระวัง ขอยกตัวอย่างความเข้าใจผิดจากเรื่องจริง อันเกิดจากความขาดข้อมูล คือ มีระดับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง (เสียชีวิตไปแล้ว) เป็นระดับ ดร. ชื่อดัง คุณพ่อท่านเป็นอดีตนักเรียนทุนในสมัย ร. 6 หัดไวโอลินในต่างประเทศ เมื่อเรียนจบก็เอาไวโอลินกลับมาด้วย ดร. ท่านนี้ก็เลยรับช่วงใช้ไวโอลินตัวนี้ต่อมาเรื่อยและภูมิใจมาก มักจะอวดไวโอลินที่พ่อของท่านเคยใช้... ว่าเป็นไวโอลินอิตาเลียนให้นักไวโอลินที่รู้จักดูเสมอ เพราะความเข้าใจผิด เนื่องจากบนฉลากนั้นเป็นชื่อ นามสกุล Italian sounding name แต่ท่านไม่เคยรู้ว่า ชื่อนั้น เป็นแค่ "make up name" ที่ JTL, Paris ใช้เป็น "หนึ่งในชื่อรุ่น" ของ better grade violin มันจึงเป็นไวโอลินฝรั่งเศสดีๆ นี่เอง... นี่คือตัวอย่างจริงที่อาจเกิดขึ้นกับคนเชื่อแค่ฉลาก และดูอะไรๆ นอกจากนั้นไม่เป็น ราคาตลาดในยุโรปในวันนี้ของไวโอลินที่ว่านี้ ถ้าสภาพดีก็น่าจะราว 3 แสนบาท (ไม่ใช่หลักเป็นล้านอย่างที่ท่านเจ้าของเคยเดาเอาเอง) และที่น่าเศร้าคือ เคยเอาไปให้ช่างไทยมือสมัครเล่นซ่อมมาจนสภาพยับเยิน... เรียกได้ว่าถ้าขายก็ราคาตกฮวบ สุดท้ายหลังท่านเสียชีวิต ต้องไปบอกความจริง และแนะนำภรรยาท่านว่า ถ้าคิดจะแก้ไข ก็คงต้องส่งไปให้ลูกท่านที่อยู่อเมริกาเอาไปซ่อมถึงจะกู้สภาพกลับมาได้

ซื้อไวโอลินเก่า... เมื่อจะจ่ายเงินก็ควรรู้ข้อมูลไว้ระดับหนึ่งด้วย (ค้นคว้าเองและข้อมูลจากดีลเลอร์)... ตัวอย่างไวโอลินตามภาพเป็น French workshop violin ทำในระหว่างปี 1925-1930, ไม้แผ่นหลังลายสวยงาม ไม้แผ่นหน้าเห็นได้ชัดว่าเอามาจากต้น Spruce ที่มีลำต้นใหญ่มากเพราะลายถี่แน่นเท่ากันทั้งแผ่น ส่วนสภาพก็ mint condition อายุเกือบ 100 ปี ทำจาก Marc Labert workshop, Mirecourt แต่ว่าติดฉลากของ Leon Bernardel, Paris สังเกตุว่า French purfling style นั้นจะนิยมฝังอยู่ใกล้ขอบไวโอลินมากกว่าปกติ เห็นชัดเจนมาก

การที่เราพอมีข้อมูลของ antique violin ที่เราต้องการซื้อในระดับหนึ่งจะยิ่งดี เพราะจะคาดเดาคุณภาพและสอบราคาตลาดโลกเพื่อต่อรองราคาได้ เช่น คนซื้อรู้ว่า ไวโอลินนี้เดิมขายออกจาก Bernardel workshop, Paris เป็นหนึ่งในร้านที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น มีลูกค้าเป็น French conservatory students (เป็นเกรด advancing level) และ Bernardel ก็เป็นพันธมิตรกับอีกสอง workshops ที่มีชื่อเสียง คือ Gant และ Labert... ไวโอลินราคากลางๆ ที่ขายออกจากร้าน Bernardel ในปารีส ส่วนหนึ่งจะเป็นของที่ซื้อต่อมาจาก Gant หรือไม่ก็ Labert คัดมาแล้วก็เอามาติดฉลากของตัวเอง โดยระบุบนฉลากแค่ว่าเป็นไวโอลินที่เขาคัดมา... ส่วนที่ appraiser รู้ว่ามาจาก Labert workshop แน่นอนก็เพราะว่า ลักษณะฝีมือช่าง และลักษณะของไม้ที่ใช้ทำแผ่นหน้าหลัง ไม้คอ และลักษณะของสีและวิธีการลงวานิช เป็นกลุ่มเดียวกับไวโอลินที่ติดฉลากของ Marc Labert workshop ในช่วงปีนั้น การจะซื้อไวโอลินเก่าเกรด workshop ราคากลางๆ ขึ้นไป ก็ควรจะรู้ข้อมูลคร่าวๆ เช่นนี้ไว้บ้าง จะได้ไม่ต้องจ่ายผิดราคา และจะต้องมี certificate จาก dealer หรือจาก appraiser มาด้วยเสมอ จะเชื่อแต่ลมปากคนขายไม่ได้... ถ้าเป็นไปได้ถ้าราคาสูง ก็ควรซื้อจาก professional dealers หรือ ร้านที่สามารถออก certificate ให้ได้จะเหมาะที่สุด

ที่อยู่

Ekamai Road
Bangkok
10110

เบอร์โทรศัพท์

0863420594

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Metro Music Room โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Metro Music Room:

ทางลัด

แชร์