Createx House Feel-good advertising agency that deliver creativity with effectiveness business result

💥 กาแฟแก้วละ 100 บาท กับแก้วละ 40 บาท หรือไอศกรีมถ้วยละ 20 บาทกับถ้วยละ 300 บาท นอกจากวัตถุดิบคุณภาพที่แตกต่างกันแล้ว ยั...
24/04/2026

💥 กาแฟแก้วละ 100 บาท กับแก้วละ 40 บาท หรือไอศกรีมถ้วยละ 20 บาทกับถ้วยละ 300 บาท นอกจากวัตถุดิบคุณภาพที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีอะไรบ้างที่ทำให้ผู้ขายสามารถตั้งราคาได้สูงกว่าตลาดทั่วไป
แล้วทำไมท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน
คนไทยถึงยังยอมควักกระเป๋าจ่ายอยู่❔
🔍 Overpriced = ของราคาแพงจริงไหม?
ผศ.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายความต่างไว้ชัดเจนครับว่า "สินค้าราคาแพง" คือสินค้าที่มีราคาสูงแต่มาพร้อมกับคุณภาพ เช่น รถยนต์
➕ แต่ "สินค้า Overpriced" คือสินค้าที่มีราคามากกว่าคุณภาพที่ควรจะเป็น ซึ่งเรามักเห็นได้ในกลุ่ม อาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า ไปจนถึงคอนเสิร์ต
🏳️ แล้วทำไมถึงตั้งราคาสูงได้?
เหตุผลก็คือ ผู้ขายไม่ได้ขายแค่ “ตัวสินค้า” แต่กำลังขาย “ความเชื่อมั่น” “ภาพลักษณ์” และ “ประสบการณ์” ที่สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์ให้ผู้บริโภค เช่น บางคนกินชานมเอาอร่อย แต่บางคนยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อความรู้สึกในร้านที่มีใบชาให้เลือกหลากหลายกว่า
นอกจากนี้ ยังมี 3 ปัจจัยหลักทางจิตวิทยาที่ทำให้คนยังยอมจ่าย:
👉🏻 กระแส FOMO (Fear of Missing Out): เห็นคนอื่นมีหรือได้ลองกิน ก็อยากซื้อตามเพื่อไม่ให้ตกกระแสสังคม
👉🏻การสื่อสารสถานะทางสังคม: การสร้าง Branding ของสินค้า ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าตัวเองได้รับการยกระดับสถานะขึ้นเมื่อครอบครองสิ่งนั้น
👉🏻 สภาวะเศรษฐกิจ (Lipstick Effect): ในยุคที่การซื้อของชิ้นใหญ่อย่างบ้านหรือรถเป็นเรื่องยาก ผู้บริโภคจึงมองหาของราคาสูงชิ้นเล็ก ๆ ที่เข้าถึงได้ทันที เพื่อมอบความสุขชั่วขณะและเฉลิมฉลองให้ตัวเอง
💡 สุดท้ายแล้ว สินค้าจะ Overpriced หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนว่ากำลังมองหา "คุณค่า" จากสิ่งไหนในการบริโภคครับ

เชื่อว่านักการตลาดและครีเอเตอร์หลายคนคงเจอปัญหานี้กันเยอะ เพราะอัลกอริทึมของแต่ละแพลตฟอร์มเปลี่ยนไปทุกวัน และยิ่งสนับสนุ...
21/04/2026

เชื่อว่านักการตลาดและครีเอเตอร์หลายคนคงเจอปัญหานี้กันเยอะ เพราะอัลกอริทึมของแต่ละแพลตฟอร์มเปลี่ยนไปทุกวัน และยิ่งสนับสนุนให้เราใช้การโฆษณาเพื่อเข้าถึงคนให้มากขึ้น
โพสต์นี้ Createx เลยขอแชร์ 5 ทริคเพิ่ม Organic Reach แบบเน้นคุณภาพเนื้อหา เพื่อให้คอนเทนต์ของเราเข้าถึงคนมากขึ้นในวันที่อัลกอริทึมเปลี่ยนไป โดยที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกลยุทธ์ของแบรนด์ได้ทันทีครับ!

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดละครสั้นแนวตั้งเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลกและกลายเป็นช่องทางใหม่ที่แบรนด์แข่งกันทำโฆษณา แบรนด์...
17/04/2026

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดละครสั้นแนวตั้งเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลกและกลายเป็นช่องทางใหม่ที่แบรนด์แข่งกันทำโฆษณา แบรนด์ใหญ่เริ่มหันมาจับทางทำละครสั้นแนวตั้งของตัวเอง เช่น Starbucks ในจีน มีละครเรื่อง I Opened A Starbucks in Ancient Times เกี่ยวกับการย้อนเวลาไปเปิดร้าน Starbucks
แต่การเติบโตนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย สิ่งสำคัญคือ "พฤติกรรมคนดู" ที่เปลี่ยนไป นี่คือ 3 Key Success ที่ทำให้ละครสั้นแนวตั้งกลายเป็นอาวุธลับของแบรนด์:
1. พล็อตเดาง่าย สนุกแบบไม่ต้องคิด: จุดเด่นของละครคุณธรรมหรือละครสั้นคือไม่ต้องคิดตามเยอะ แม้การแสดงจะดูแข็ง ๆ แต่นั่นกลับเป็นจุดแข็งที่ทำให้คนอยากดูต่อ ใช้เวลาแค่ตอนละ 1.30 - 2.00 นาทีก็จบ 1 ตอน และมักจะทิ้งท้ายให้ค้างคาจนหยุดดูไม่ได้
2. ขายของแบบมีชั้นเชิง: ความท้าทายของแบรนด์ คือ ละครสั้นต้องสนุก แต่ต้องมีชั้นเชิงในการขายสินค้า ถ้าพล็อตเรื่องไวรัล สินค้าที่แฝงอยู่ก็มีโอกาสไวรัลตามไปด้วย
3. ลงช่องทางไหนก็เข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้ง่าย: เพราะในไทยมีช่องทางการเผยแพร่ที่แพร่หลาย ทั้งผ่านแอปพลิเคชันสตรีมมิงและโซเชียลมีเดีย ทำให้แบรนด์และครีเอเตอร์มีโอกาสสร้างรายได้ทั้งจากการโฆษณาและการสมัครสมาชิก
ถ้ามองทิศทางตลาดโลกโดยรวมแล้ว ตอนนี้ละครสั้นแนวตั้งยังคงเป็นอีก Ex*****on หนึ่งที่ยัง 'น่าทำ' แต่อาจมีความท้าทายใหม่ ๆ ให้แบรนด์ว่าจะทำออกมายังไงให้คนติดตาม
แบรนด์ของคุณเคยลองใช้กลยุทธ์คอนเทนต์แนวนี้หรือยัง? มาแชร์มุมมองกันได้เลย!
#ละครสั้นแนวตั้ง #ละครคุณธรรม

ระวัง  #รองเท้ากินคน​ ทำขาถลอกสงกรานต์นี้ อย่าลืมพก  #เบตาดีน ใส่ซองกันน้ำติดไปด้วย​เพราะ  #เวลาเบตาดีนต้องใช้เบตาดีน เท...
13/04/2026

ระวัง #รองเท้ากินคน​ ทำขาถลอก

สงกรานต์นี้ อย่าลืมพก #เบตาดีน ใส่ซองกันน้ำติดไปด้วย​
เพราะ #เวลาเบตาดีนต้องใช้เบตาดีน เท่านั้น

⚠️🩴เตือนภัย! สงกรานต์นี้ระวัง #รองเท้ากินคน​
ดึงออกไม่ดีระวังได้แผลเพิ่ม จนน้ำตาร่วง😂​​
อย่าลืมพก #เบตาดีน ใส่ซองกันน้ำติดไปด้วย​
เพราะ #เวลาเบตาดีนต้องใช้เบตาดีน เท่านั้น​​
🛒 หาซื้อได้ตามร้านขายยาแผนปัจจุบันทั่วไป และช่องทางออนไลน์ที่ ​​
👉🏻 https://s.shopee.co.th/50NA5A24rj ​​
👉🏻 https://s.lazada.co.th/s.CYnhq​​​
#เจ็บจริงใช้เบตาดีน #เวลาเบตาดีนต้องใช้เบตาดีน #เบตาดีน

ฉลองปีใหม่ไทยแบบฉ่ำสองเท่า ไปกับ Pink Lady® 🍎 #ฉ่ำรับซัมเมอร์
11/04/2026

ฉลองปีใหม่ไทยแบบฉ่ำสองเท่า ไปกับ Pink Lady® 🍎

#ฉ่ำรับซัมเมอร์

ใครอ่อมเพราะอากาศบ้างเอ่ยยยย 🔥
สงกรานต์นี้ Pink Lady® เตรียมปักความสดชื่นให้คุณแล้วว! 💘
ใครไม่เล่นน้ำแต่ยังอยากรีเฟรชสู้อากาศ ต้องนี่เลยแอปเปิล Pink Lady®
🍎 รสชาติเปรี้ยวอมหวานไม่เหมือนใคร
🩷 มาพร้อมสีสันสดใสรับหน้าร้อนสุด ๆ
ฉลองปีใหม่ไทยแบบฉ่ำสองเท่า ไปกับ Pink Lady® 🍎
� #ฉ่ำรับซัมเมอร์

มีเท่าไหร่ โชว์มาให้หมด!มารันวงการโฆษณาไปกับ Createx เอเจนซี่ย่านอารีย์ที่กำลังรอคัดเลือกคุณเข้าร่วมทีมทำงานตอบโจทย์แบบค...
07/04/2026

มีเท่าไหร่ โชว์มาให้หมด!
มารันวงการโฆษณาไปกับ Createx เอเจนซี่ย่านอารีย์ที่กำลังรอคัดเลือกคุณเข้าร่วมทีมทำงานตอบโจทย์แบบคาดไม่ถึง
เลือกทีมที่ถูกใจ แล้วรีบส่ง Resume / CV / Portfolio
มาได้เลยที่ [email protected]
👉🏻 ตำแหน่งที่เปิดรับ
1. Sr. Strategic Planner / Strategic Planning Manager
2. Account Executive / Sr. Account Executive
3. Sr. Creative (Art Director)
🏢 ออฟฟิศอยู่ที่อาคารพหลโยธินเพลส
💻 https://www.createxhouse.com
#สมัครงาน

I ‘Cannes’ do it น้าา💥🙂‍↕️ ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ จากบ้าน Createxทะเล ภพ-แพร ตาล-ฟรองซ์ เครน-เบ๊บจัดไปจุก ๆ 3 คู่ 7 คน...
02/04/2026

I ‘Cannes’ do it น้าา
💥🙂‍↕️ ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ จากบ้าน Createx
ทะเล ภพ-แพร ตาล-ฟรองซ์ เครน-เบ๊บ
จัดไปจุก ๆ 3 คู่ 7 คน กับการเข้าแข่งขันบนเวที ‘BAD Young Cannes’ ⚡️

‘/Un/Give-Up Notice’
🥈 Sliver : Media
‘Thailand, Land of Silence’
🏅 Finalist : PR

ผลงานของทุกคนเอาใจพี่ไปเลยน้องงง 💖



อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่ แต่เจ็บแค่ไหน ก็อย่าลืมเช็กก่อนใช้เพราะ  #เวลาเบตาดีนต้องใช้เบตาดีน เท่านั้น #เจ็บจริงต้องใช...
02/04/2026

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่ แต่เจ็บแค่ไหน ก็อย่าลืมเช็กก่อนใช้
เพราะ #เวลาเบตาดีนต้องใช้เบตาดีน เท่านั้น
#เจ็บจริงต้องใช้เบตาดีน ฝาสีขาว
มีตัวยาโพวิโดน-ไอโอดีน
ช่วยรักษาบาดแผล พร้อมฆ่าเชื้อ ไม่ระคายเคือง

x

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่เลือกดูแลแผลให้ถูกวิธีด้วยเบตาดีนมีตัวยาโพวิโดน-ไอโอดีนช่วยรักษาบาดแผลพร้.....

UGC (User Generated Content) ถือเป็นคอนเทนต์ที่ไม่ว่าแบรนด์ไหนก็อยากให้มีเยอะ ๆ เพราะเป็นประเภทคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคพร้อม...
27/03/2026

UGC (User Generated Content) ถือเป็นคอนเทนต์ที่ไม่ว่าแบรนด์ไหนก็อยากให้มีเยอะ ๆ เพราะเป็นประเภทคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคพร้อมเชื่อมากกว่าโฆษณา
แต่จะทำอย่างไรให้มีคอนเทนต์แบบนี้มากขึ้น?
กลยุทธ์ที่เปลี่ยนจาก Pay-to-earn ให้กลายมาเป็น Create-to-earn
จึงเกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องนี้เลยครับ
เพราะ Content Loyalty Program เป็นกลยุทธ์ที่ชักชวนให้ลูกค้าที่ใช้สินค้าอยู่แล้วมาร่วมมือกับแบรนด์ในฐานะครีเอเตอร์ โดยแบรนด์จะดึงดูดด้วยรางวัล สิทธิพิเศษ หรือพอยต์เพื่อใช้กับแบรนด์ในครั้งต่อไป ซึ่งข้อดีของกลยุทธ์นี้ก็คือ
🤝🏻 1. สร้าง Brand Trust จาก Social Proof
เพราะไม่ใช่โฆษณาที่บอกว่าเราดีที่สุด แต่มาจาก UGC ที่คนเห็นว่ามีคนใช้และแฮปปี้กับสินค้านั้นจริง ๆ รวมทั้งช่วยลดความลังเลในการซื้อสินค้าได้ด้วย

🤝🏻 2. มีคลังคอนเทนต์ที่เอาไปใช้ประโยชน์ต่อได้
เพราะลูกค้าจะหาวิธีพรีเซนต์และแชร์ประสบการณ์การใช้สินค้า บอกว่าชอบใช้แบบไหน หรือใช้สินค้าอย่างไร ซึ่งแบรนด์สามารถเอาข้อมูลไปพัฒนาสินค้าต่อได้ และกลุ่มคนเหล่านี้ก็จะยิ่งรู้สึกดีกับแบรนด์มากไปอีกเมื่อเสียงของเขาได้รับการรับฟัง

🤝🏻 3. ช่วยบูสต์ SEO บนโซลเชียลมีเดีย
เพราะคนจะค้นหาแบรนด์ได้ง่ายขึ้น จากคีเวิร์ดในคอนเทนต์ของลูกค้าที่มาช่วยทำให้กับแบรนด์
อ่านแล้วมีแต่ข้อดี แต่ถ้าจะใช้กลยุทธ์นี้ทั้งที แบรนด์ควรวางแผนการจัดการกับคอนเทนต์ที่จะเกิดขึ้น ออกแบบการให้รางวัลที่น่าสนใจ หรือให้มีความท้าทาย เพื่อให้เกิด UGC ที่มีคุณภาพมากกว่าจำนวนที่เยอะ เช่น
🏆 อาจมีระดับของครีเอเตอร์ที่ต้องปลดล็อก เมื่อทำตามเงื่อนไขของแบรนด์
🥇 สร้างชาเลนจ์เพื่อเพิ่มความท้าทายให้ครีเอเตอร์ และเพื่อเพิ่มความสดใหม่ให้กับแบรนด์
👑 การออกแบบการให้คะแนนหรือสิทธิพิเศษมีมากกว่าการได้ส่วนลดไปซื้อสินค้า เช่น การได้เข้าร่วมอีเวนต์ของแบรนด์
เพราะการทำ Content Loyalty Program นั้น ไม่ใช่การจ้างลูกค้าให้มาอวยแบรนด์ แต่เป็นการให้คุณค่ากับการสนับสนุนของพวกเขา เมื่อลูกค้าได้รับสิทธิพิเศษจากการแชร์ความจริงใจ แบรนด์จะได้สิ่งที่หาซื้อไม่ได้ด้วยเงิน นั่นคือ ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ ครับ

เมื่ออุตสาหกรรมอาหารต้องเผชิญกับพฤติกรรมการกินของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทุกวัน อย่างในปี 2026 นี้ เราชวนแบรนด์อาหารมาทำควา...
24/03/2026

เมื่ออุตสาหกรรมอาหารต้องเผชิญกับพฤติกรรมการกินของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทุกวัน อย่างในปี 2026 นี้ เราชวนแบรนด์อาหารมาทำความรู้จักกับคำว่า “Stategic Consumption หรือการกินแบบนักวางแผน” แล้วธุรกิจอาหารควรปรับตัวอย่างไร โพสต์นี้มีคำตอบ
🍽 เกิดอะไรขึ้นกับพฤติกรรมผู้บริโภค?
เพราะผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนจุดโฟกัสจากการกินให้อิ่ม เป็นกินให้หลากหลายเพื่อให้ร่างกายสมดุลมากขึ้น ซึ่งเทรนด์การรักสุขภาพแบบนี้ไม่ได้เพิ่งมานิยม อาจนิยมมานานมากว่าหลายปี แต่ที่เห็นกระแสแรงขึ้นในปีนี้ เป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายขยายวงกว้างขึ้นมาก ไม่ได้จำกัดแค่สายคลีนอีกต่อไป
ซึ่งการกินแบบ Stategic Consumption เกิดจากการรวมกระแสเกี่ยวกับสารอาหารต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาเช่น
✅ ปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับในแต่ละวัน
✅ การกินเพื่อให้ได้สุขภาพองค์รวม
✅ เครื่องดื่มวิตามินเพื่อสุขภาพ
✅ การบริโภค Probiotic ไปจนถึงการกินที่เน้นปริมาณไฟเบอร์
📍 จากกระแสนี้ทำให้ผู้บริโภคเลือกกินอาหารมากขึ้นส่งผลทำให้แบรนด์อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย เช่น แบรนด์ Junk Food ต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นนั่นเอง
🧠 ทำไมธุรกิจอาหารควรให้ความสนใจกับพฤติกรรมนี้?
เนื่องจากพฤติกรรมนี้มีแนวโน้มที่จะอยู่ยาว จาก Mindset ของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนจาก 3 แกนหลักดังนี้ 1. ความตั้งใจ (Intentional) 2. การตั้งเป้าหมาย (Purposeful) 3. ความยั่งยืน (Sustainable) ซึ่งถือเป็น Mindset ที่ชัดเจนของผู้บริโภคในปัจจุบัน
💡 แล้วธุรกิจอาหารควรทำอย่างไร?
- ปรับมุมมองการสื่อสาร อย่างธุรกิจพิซซ่าอาจวางตัวเป็นมื้อให้รางวัลที่คุ้มค่าโควตาแคลอรี เช่น "คุมอาหารมาทั้งสัปดาห์ ถึงเวลาให้รางวัลตัวเองด้วยพิซซ่าถาดโปรดแบบฟินๆ"
- จัดเซ็ตเมนูเพื่อสุขภาพ เพิ่มตัวเลือกแป้งโปรตีนสูง หรือจัดเซ็ตเมนูคู่สลัด/เครื่องดื่มสุขภาพ
- เพิ่มข้อมูลปริมาณ "แคลอรีและโปรตีน" ในเมนูให้ชัดเจน เพื่อให้กลุ่มลูกค้าสามารถคำนวณโควตาการกินและตัดสินใจกดสั่งได้ง่ายขึ้น!

20/03/2026

ใหม่! ฮาวายเอี้ยนวอปเปอร์ 🍔🍍
เบอร์เกอร์เนื้อสุดฉ่ำ สไตล์ฮาวายแท้ ๆ
ลองเลยที่ Burger King ทุกสาขา เริ่มแค่ 149.- ค้าบบบ 🔥

x

หลายคนคุ้นกับ Marketing Funnel ที่อธิบายว่า ผู้บริโภคเริ่มจากรู้จักแบรนด์ ค่อย ๆ พิจารณาตัวเลือก และจบที่การตัดสินใจซื้อ...
20/03/2026

หลายคนคุ้นกับ Marketing Funnel ที่อธิบายว่า ผู้บริโภคเริ่มจากรู้จักแบรนด์ ค่อย ๆ พิจารณาตัวเลือก และจบที่การตัดสินใจซื้อ
แต่ McKinsey เสนอว่า ในความเป็นจริง เส้นทางการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป และอาจอธิบายได้ดีกว่าด้วยแนวคิด The Consumer Decision Journey ซึ่ง McKinsey ได้พัฒนาแนวคิดนี้จากการศึกษาการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเกือบ 20,000 คน ครอบคลุม 5 อุตสาหกรรม ใน 3 ทวีป
The Consumer Decision Journey แบ่งเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่
▪️ 1. Initial Consideration Set — ช่วงที่ผู้บริโภคมีแบรนด์อยู่ในใจ

ผู้บริโภคมักเริ่มจากแบรนด์ที่นึกถึงได้ก่อน จากภาพจำของแบรนด์และ touchpoint ที่เคยเจอ เช่น โฆษณา ข่าว การพูดคุยกับคนรอบตัว หรือประสบการณ์ที่ผ่านมา และแบรนด์ที่อยู่ใน initial consideration set มีโอกาสถูกซื้อมากขึ้นได้ถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่ไม่ได้อยู่ในชุดตัวเลือกตั้งต้นนี้
▪️ 2. Active Evaluation — ช่วงค้นข้อมูลและเปรียบเทียบตัวเลือก

ในขั้นตอนนี้ ผู้บริโภคอาจไม่ได้แค่ตัดตัวเลือกออก แต่ยังอาจเพิ่มแบรนด์ใหม่เข้ามาได้ด้วย เมื่อเจอข้อมูลที่น่าสนใจระหว่างการค้นหา

อีกจุดสำคัญคือ touchpoint จำนวนมากในช่วงนี้มาจากผู้บริโภคเอง เช่น รีวิวออนไลน์ การบอกต่อ การค้นหาข้อมูล และประสบการณ์ที่หน้าร้าน
▪️ 3. Moment of Purchase — ช่วงตัดสินใจซื้อจริง

แม้ผู้บริโภคจะมีแบรนด์ในใจมาก่อน แต่การตัดสินใจสุดท้ายอาจยังเปลี่ยนได้จากสิ่งที่เจอ ณ จุดขาย เช่น โปรโมชัน บรรจุภัณฑ์ การจัดวางสินค้า หรือข้อความบนชั้นวางสินค้า
▪️ 4. Post-Purchase Experience — ประสบการณ์หลังซื้อที่ส่งผลต่อการซื้อครั้งถัดไป

หลังการซื้องานของเรายังไม่จบ เพราะประสบการณ์หลังใช้จะส่งผลต่อการซื้อซ้ำ การบอกต่อ และ การสร้าง brand loyalty ในรอบถัดไป ซึ่งในการศึกษานี้ McKinsey ยังพบด้วยว่า ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ facial skin care มากกว่า 60% จะกลับไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมทางออนไลน์หลังซื้อ ซึ่งสะท้อนว่าหลังการขายก็ยังเป็น touchpoint สำคัญ
สิ่งที่นักการตลาดควรคิดต่อ ไม่ใช่แค่ว่าแบรนด์ “ถูกเห็น” หรือไม่ แต่คือแบรนด์เข้าไปอยู่ในช่วงไหนของการตัดสินใจซื้อได้บ้าง ตั้งแต่การถูกนึกถึง การถูกนำไปเปรียบเทียบ การถูกเลือกที่จุดขาย ไปจนถึงการถูกพูดถึงหลังซื้อ เพราะในโลกที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น และค้นหาข้อมูลได้เองมากขึ้น แบรนด์ที่สร้าง touchpoint ได้ถูกจังหวะ มีโอกาสชนะได้มากกว่าแค่การสื่อสารให้คนเห็นเพียงอย่างเดียว

ที่อยู่

Createx House Co. , Ltd. 28th Floor, Room 408/123, Phaholyothin Place Building
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 18:30
อังคาร 09:30 - 18:30
พุธ 09:30 - 18:30
พฤหัสบดี 09:30 - 18:30
ศุกร์ 09:30 - 18:30

เบอร์โทรศัพท์

+6622782199

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Createx Houseผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Createx House:

แชร์