Les Nereides Thailand

Les Nereides Thailand Les Néréides Paris & N2

Line Official : (with@)
https://lin.ee/pr2qDyi

Les Néréides Paris is a creator of high soulful jewelry with a unique savoir-faire since 1980. Discover our inspiring and delicate world...

N2, Creative Jewellery Brand, The emphatically Creative and Quirky Little Sister of Les Néréides Paris. The Jewellery is all made and painted by hand in our workshops, making each piece unique. Every collection is the incarnation of French refinement with a

keen eye for detail. The pure lines, harmonious colour and choice of materials are all the fruit of meticulous work. Store :
- CentralwOrld, 1st Floor, Atrium Zone, Tel. 02 010 6300
- Central Chidlom, 2nd Floor
- Paragon Department Store, M Floor, Accessories Bazaar
- Siam Takashimaya, 2nd Floor, Lady Accessories

IG : www.instagram.com/lesnereidesparis_thailand
PR : [email protected] / tel. 02 001 6700

Let's Start!🌟🩰เริ่มแล้วกับช่วงเวลาสุดพิเศษของเหล่านักช้อป Clearance Sale 2025 ลดสูงสุดถึง 70% ที่นำบรรดาเครื่องประดับอัน...
25/01/2025

Let's Start!🌟🩰
เริ่มแล้วกับช่วงเวลาสุดพิเศษของเหล่านักช้อป Clearance Sale 2025 ลดสูงสุดถึง 70% ที่นำบรรดาเครื่องประดับอันเลอค่าหลากหลายดีไซน์มาร่วมด้วยในงานนี้ รับรองถูกอกถูกใจกันถ้วนหน้า 😍💗

ใครที่กำลังมองหาเครื่องประดับสวยๆไม่เหมือนใคร ห้ามพลาดเลย❗💌🎈

📆ช้อปได้ตั้งแต่วันนี้ - 2 กุมภาพันธ์ 2568 นี้เท่านั้น

📍 สนใจสอบถามและสั่งซื้อได้ที่ Les Néréides Paris สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 โซน Groove และช่องทางออนไลน์ LINE:
https://lin.ee/VLNoxLO

🎉 Enjoy your shopping 💖🧸

#เครื่องประดับ #เครื่องประดับแฟชั่น #เครื่องประดับแฮนด์เมด

🐍 新正如意 新年发财!🧨🧧ต้อนรับสู่ปีงูด้วยความสุขสมปรารถนา พบเจอความมั่งคั่ง โชคดีร่ำรวยตลอดทั้งปี  เทศกาลตรุษจีน ถือเป็นวันสำคัญข...
23/01/2025

🐍 新正如意 新年发财!🧨🧧ต้อนรับสู่ปีงูด้วยความสุขสมปรารถนา พบเจอความมั่งคั่ง โชคดีร่ำรวยตลอดทั้งปี

เทศกาลตรุษจีน ถือเป็นวันสำคัญของชาวจีนที่มีมาตั้งแต่โบราณกว่า 4,000 ปีที่แล้ว ในอดีตเคยถูกเรียกว่า “วันชุงเจ๋” หมายถึง เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ จัดขึ้นเพื่อฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิที่แสงอาทิตย์มีอิทธิพลสร้างความอบอุ่น บรรเทาความหนาวจนสิ้นสุดลง เนื่องจากช่วงเวลาก่อนหน้านั้น ตามบ้านเมืองจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว จึงไม่สามารถทำการเกษตรได้ แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ก็สามารถกลับมาเพาะปลูกพืชผักได้ตามปกติ ชาวจีนจึงกำหนดให้วันแรกของฤดูใบไม้ผลิของแต่ละปี เป็นวันสำคัญที่เรียกว่า "วันตรุษจีน" ถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่และดำรงมาเนิ่นนาน และเป็นสัญลักษณ์ของการมอบความสุข และการเชื่อมโยงผู้คนไว้จากรุ่นสู่รุ่น
โดยตามเทศกาลตรุษจีนจะถือเอาคืนวันที่ 30 เดือน 12 ในปฏิทินจันทรคติของจีน เป็นวันส่งท้ายปีเก่า ส่วนวันที่ 1 เดือน 1 คือวันชิวอิก หรือวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งก็หมายความว่าเป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ โดยปกติผู้คนจะเตรียมงานฉลองก่อนหนึ่งเดือน บ้านเรือนจะถูกทำความสะอาดตั้งแต่บนลงล่างของบ้าน บริเวณหน้าต่างจะตกแต่งด้วยกระดาษสีแดงที่มีคำอวยพร เช่น อยู่ดีมีสุข, ร่ำรวย, เงินทองไหลมาเทมา ฯลฯ นอกจากนี้แล้ว ชาวจีนยังถือว่าเทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลรื่นเริงที่จะพูดและทำแต่สิ่งที่เป็นมงคล ได้แก่ การไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้บรรพบุรุษ เลี้ยงสังสรรค์ในครอบครัว และพักผ่อนหลังจากทำงานอย่างหนักมาตลอดทั้งปี โดยจะกล่าวอวยพรกันด้วยคำว่า “新正如意 新年发财! (ซิงเจียหยู่อี่ ซิงนี้ฮวกไช้)” แปลตรงตัวว่า เดือนใหม่มีสุข ปีใหม่เจริญรุ่งเรือง หมายความว่า ปีใหม่ขอให้มีความสุขความรุ่งเรือง ชาวจีนจะเขียนคำอวยพรนี้ในกระดาษสีแดง ซึ่งถือเป็นสีมงคลของจีน แล้วติดไว้ที่บริเวณหน้าบ้าน และนิยมให้ส้มที่มีเปลือกสีเหลืองทองแก่กัน เป็นสัญลักษณ์ว่าให้สิ่งที่มีค่าและเป็นมงคลแก่บุคคลที่นับถือ

ตามธรรมเนียมโบราณ เทศกาลตรุษจีนมักจะมีการเฉลิมฉลองกันนานกว่า 15 วัน แต่มีอยู่ 3 วันที่ถือเป็นหลักปฏิบัติกันมาโดยตลอด เรียกตามลำดับว่า วันจ่าย วันไหว้ และวันถือซึ่งเป็นวันตรุษ

วันจ่าย เป็นวันที่ผู้มีเชื้อสายจีนออกซื้อของไหว้ ทั้งอาหารคาวหวานและเครื่องดื่ม เช่น เป็ด ไก่ ขนมเข่ง ขนมเทียน ผลไม้ต่าง ๆ มีส้มเป็นอาทิ ชาจีน เหล้าชนิดต่าง ๆ เช่น เหล้าขาว กระดาษเงิน กระดาษทอง รวมถึงของไหว้ต่างๆ เพื่อเตรียมสำหรับพิธีการไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษ ถือเป็นวันสิ้นปี เตรียมเข้าสู่ปีใหม่ของจีน

วันไหว้ เป็นวันที่ทำพิธีไหว้เจ้าที่ ไหว้บรรพบุรุษ บางบ้านอาจไหว้ผีไม่มีญาติด้วย โดยตามปฏิทินจันทรคติของจีน ตรงกับวันที่ 30 เดือน 12 หรือเรียกอีกอย่างว่า วันสิ้นปี โดยช่วงเช้ามืด เป็นการไหว้ “ไป๊เล่าเอี๊ยะ” หรือเป็นการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ ด้วยอาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ ส่วนตอนสายจะเป็นการไหว้ “ไป๊เป้บ๊อ” หรือการไหว้บรรพบุรุษ ใช้อาหารคาวหวาน หรืออาหารที่บรรพบุรุษชื่นชอบ พร้อมเผากระดาษเงินส่งให้ผู้ล่วงลับ และสุดท้ายในช่วงบ่าย เป็นการไหว้ “ไป๊ฮ้อเฮียตี๋” หรือไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยใช้ขนมเข่ง ขนมเทียน และเผากระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคลอีกด้วย

วันถือ เป็นวันเริ่มแรกของปีใหม่ หรือ “วันขึ้นปีใหม่” ตามปฏิทินจันทรคติจีน ตรงกับวันที่ 1 เดือน 1 โดยครอบครัวจะพากันออกไปเที่ยว รวมถึงไปขอพรญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ และมักการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม และมีสีสันสดใสโดยเฉพาะสีแดง ซึ่งเป็นสีมงคล และเริ่มต้นวันด้วยสิ่งที่เป็นมงคล ทุกคนจะพูดหรือทำแต่สิ่งที่ดี เมื่อพบกันก็มักจะอวยพรกันด้วยคำว่า “ซิงเจียหยู่อี่ ซิงนี้ฮวกไช้” นอกจากนี้ยังมีการถือเคล็ดว่าไม่ทะเลาะกัน ไม่พูดจาไม่ดี ไม่ให้ใครยืมเงิน ไม่ซักผ้า ไม่ใส่เสื้อผ้าสีขาวดำ ไม่ทำสิ่งที่เหนื่อยยาก รวมถึงงดการทำบาป เพื่อให้เป็นเคล็ดว่าได้เริ่มปีใหม่ได้อย่างสุขสบายแล้ว

อีกทั้งหัวใจสำคัญของวันตรุษจีนคือการทำจิตใจให้ผ่องใส ใจเย็น และพยายามหลีกเลี่ยงความโกรธ หรือความรู้สึกไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดีสำหรับปีที่กำลังจะมาถึง และยังมีการมอบ "อั่งเปา" และ "แต๊ะเอีย" ให้กันอีกด้วย โดยคำว่า “อั่ง” เป็นภาษาจีน แปลว่า สีแดง ส่วนคำว่า “เปา” แปลว่า ซองหรือกระเป๋า อั่งเปา จึงหมายถึงซองสีแดงที่ไว้ใส่เงิน นำไปมอบเป็นการอวยพรในวันตรุษจีน ส่วน “แต๊ะเอีย” หมายถึง เงินที่อยู่ในซอง ซึ่งนิยมใส่เงินเป็นเลขคู่ เพราะหมายถึงการมอบโชคแบบทวีคูณ เลขที่นิยมมากที่สุด คือ เลข 8 ในภาษาจีนออกเสียงว่า “ปา” มีเสียงคล้ายคลึงกับคำว่า “ฟา” ที่ย่อมาจากคำว่า “ฟาไฉ” ในภาษาจีนหมายถึง ความรุ่งโรจน์ หรือความร่ำรวย ตามธรรมเนียมการมอบแต๊ะเอีย ผู้ใหญ่จะมอบให้กับเด็กที่ยังไม่มีงานทำ แต่หากเติบโตและมีหน้าที่การงานแล้ว จะเป็นคนมอบซองเงินสีแดง (อั่งเปา) ให้กับเด็ก ๆ รุ่นหลังต่อไป

โดยในปีนี้ได้เวียนวนปีนักษัตรมาจนถึงปีมะเส็งแล้ว Les Nereides ได้รังสรรค์ปีนักษัตรออกมาผ่านรูปแบบเครื่องประดับใน Lunar New Year Collection โดยปีนักษัตร เป็นการนับปีตามปฏิทินสุริยคติ นิยมนำมาใช้ในการนับปีของไทย รวมถึงชาติอื่นๆ ในเอเชียตะวันออก อย่างจีน เวียดนาม และญี่ปุ่น โดยจะแบ่งเป็นรอบละ 12 ปี แต่ละปีจะมีการกำหนดโดยใช้ชื่อสัตว์ ซึ่งมีตำนานเรื่องเล่าในสมัยปีใหม่แรกของจีน วันชิวอิก หรือวันที่ 1 เดือนอ้ายของจีน สัตว์ทั้งหลายต่างมาชุมนุมหน้าวังหลวงของฮองเต้สวรรค์ ซึ่งฮ่องเต้สวรรค์ได้ประกาศให้สัตว์ 12 ชนิด ที่มาถึงก่อน วันชิวยี่ หรือวันที่ 2 ของเดือนอ้าย ฉะนั้นสัตว์ 12 ชนิด จึงได้รับแต่งตั้งเป็นองค์รักษ์ใน 1 วัน สัตว์ 1 ชนิดอยู่ยาม 2 ชั่วโมง ทำให้สัตว์ 12 ชนิดอยู่ยาม 24 ชั่วโมง รวมเป็น 12 ยามเฝ้าวังหลวง โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีพบว่าตั้งแต่ก่อนยุคราชวงศ์ฉิน (221 ปีก่อน ค.ศ. - 207 ปีก่อน ค.ศ) มีปรากฏรูปปีนักษัตรแล้ว ซึ่งใช้สัตว์ประเภทต่าง ๆ เป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ เรียงเป็น ชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง (มังกรฟ้าราชวงศ์ โจว-ฉิน มังกรมีขายาว 5 เล็บ ลำตัวคล้ายกวางมีปีก) มะเส็ง (พญางูขาว-งูใหญ่-พญานาค) มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ และ กุน ตามลำดับ ซึ่งในปีนี้เนื่องจากเป็นปีของงู Les Nereides จึงได้มีการออกแบบคอลเลกชันนี้เพื่อสะท้อนถึงความหลากหลายในตัวตนของงูตั้งแต่ความสง่างามและความประณีตไปจนถึงความงดงามที่เปล่งประกายผ่านเกล็ดอันวิจิตรทั้งหมดนี้รวมเป็นหนึ่งเดียวในดีไซน์ที่ชวนหลงใหลและลึกซึ้งเป็นการผสมผสานกันระหว่างเทพนิยายและตำนานเข้าด้วยกันในรูปแบบที่สามารถสวมใส่ได้ เพิ่มความงาม เสริมความเป็นสิริมงคลได้ที่ Les Nereides Lunar New Year Collection💖🐍

📍 สนใจสอบถามและสั่งซื้อได้ทุกสาขา
• Central World ชั้น 2 โซน Groove
• Siam Paragon ชั้น 1 โซน North
• Iconsiam ชั้น M
หรือช่องทางออนไลน์ LINE:

📃นอกจากนี้ ทางร้านยังเข้าร่วมโครงการ Easy E-receipt รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 50,000 บาท! แวะมาช้อปปิ้งกันได้นะคะ😊❤️

*เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามมาตรการลดหย่อนภาษี Easy E-Receipt 2568
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

#เครื่องประดับ #ปีมะเส็ง #เรเนเคอิดขอเล่า #ปีนักษัตร #สาระน่ารู้ #ตรุษจีน2568 #เกร็ดความรู้ #ศิลปะ #เครื่องประดับแฮนด์เมด

Heading to Venice! 🛶 พาคุณเดินทางไปกับ Venetian City Collection 🧳⛵️       เมืองเวนิส (Venice) หรือ เมืองเวเนเซีย (Venezi...
26/12/2024

Heading to Venice! 🛶 พาคุณเดินทางไปกับ Venetian City Collection 🧳⛵️


เมืองเวนิส (Venice) หรือ เมืองเวเนเซีย (Venezia) หนึ่งในเมืองสวยที่สุดในประเทศอิตาลี ถือเป็นเมืองที่รู้จักกันในด้านของความเจริญรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์และศิลปะที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย ได้รับฉายาว่าเป็นเมืองราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges), และเมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light) โดยเมืองเวนิสนั้นเป็นเมืองหลวงของเมืองเวเนโต (Veneto) ที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่มีความมั่งคั่งและเป็นแหล่งอุตสาหกรรมมากที่สุดในประเทศอิตาลี รวมถึงมีการจัดนิทรรศการสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ Venice Biennale ซึ่งเป็นนิทรรศการที่เก่าแก่และน่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และยังถือเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมามากที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย

โดยเมืองเวนิส มีลักษณะเป็นเกาะที่มีการสร้างขึ้นจากการเชื่อมหมู่เกาะขนาดเล็กจำนวน 118 เกาะเข้าด้วยกัน ตั้งอยู่ในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย (Venetian Lagoon) ซึ่งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปากแม่น้ำโปกับแม่น้ำพลาวิ (Po and the Piave Rivers) ที่เป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก (Adriatic Coast) ในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ทำให้ชาวเมืองที่นี่ใช้แม่น้ำเหล่านี้เป็นทางสัญจรหลักทางน้ำของเมืองมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงมีมรดกทางสถาปัตยกรรมที่สวยงามที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ตลอดจนสะพานที่เชื่อมกันมากกว่า 400 แห่งที่มีลักษณะโครงสร้างอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตามลักษณะทางสถาปัตยกรรมของภูมิภาคนี้

เสน่ห์ของเมืองเวนิสไม่จบแต่เพียงเท่านี้ ในปัจจุบัน เมืองเวนิสมีการปรับปรุงสถาปัตยธรรมของเมืองให้มีความผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมโกธิคแบบเวนิสร่วมกับสถาปัตยกรรมตามสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว โดยที่ยังเคารพกับรูปแบบสุนทรียะความงามแบบเดิมไว้ ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทางด้านสถาปัตยกรรม ศิลปะ และการออกแบบที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงระหว่างความเก่าและความเป็นสมัยใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง และควรค่าแก่การมาเยือนสักครั้งในชีวิต หากมีโอกาสมาเยือนที่เมืองเวนิส ลองใช้เวลายามพลบค่ำเดินลัดเลาะในเมือง จะพบว่าเมืองนี้มีการออกแบบ Urban lighting design ที่มีความสวยงามเป็น hidden gem อย่างมาก เงาสะท้อนและการรับรู้ที่เกิดขึ้นกับอาคารสถาปัตยกรรมในเมืองสวยงามราวกับภาพเขียนของศิลปินชั้นครูเลยทีเดียว เพื่อบอกเล่าถึงความงามของเมืองเวนิสให้คนทั้งโลกรับรู้มากขึ้น Les Néréides จึงได้สร้างสรรค์ผลงานผ่านเครื่องประดับที่มีแรงบันดาลใจมาจากความงดงามของสถาปัตยกรรม รวมถึงวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองเวนิสออกมาในคอลเลกชัน Venetian City ที่จะนำพาทุกคนมารู้จักกับเมืองเวนิสมากขึ้น🛶⚓️⛲

#ที่เที่ยวอิตาลี #เรเนเคอิดขอเล่า #เวนิส #สาระน่ารู้ #พิพิธภัณฑ์ #เกร็ดความรู้ #ศิลปะ

มาทำความรู้จัก Arctic Fox สุนัขจิ้งจอกหิมะแห่งดินแดนอาร์กติกกันเถอะ! 🐾Arctic Fox หรือสุนัขจิ้งจอกหิมะ 🐺 เป็นสัตว์นักล่าข...
19/12/2024

มาทำความรู้จัก Arctic Fox สุนัขจิ้งจอกหิมะแห่งดินแดนอาร์กติกกันเถอะ! 🐾

Arctic Fox หรือสุนัขจิ้งจอกหิมะ 🐺 เป็นสัตว์นักล่าขนาดเล็กที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินในพื้นที่ขั้วโลกรอบชายฝั่งมหาสมุทรอาร์กติก โดยถูกจัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในตระกูลเดียวกับจิ้งจอกแดง (Red Fox) แต่มีขนาดเล็กและมีใบหน้าที่สั้นกว่า มีใบหูเล็ก ขนหนาฟูสีขาว เพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อน และช่วยให้สุนัขจิ้งจอกหิมะสามารถพรางตัวได้ง่ายเมื่อต้องการล่าเหยื่อหรือหลบหลีกศัตรู

นอกจากนี้ สุนัขจิ้งจอกหิมะเป็นสัตว์ที่สามารถปรับตัวได้ในสภาพอากาศอันสุดเลวร้ายของภูมิภาคอาร์กติกให้อยู่ได้ทั้งในบนภูเขาหิมะ (arctic mountains) และทุ่งหญ้าน้ำแข็ง (tundra) ด้วยขนหนาฟูสีขาวสะอาดตา รวมถึงบริเวณอุ้งเท้าที่มีขนช่วยให้สุนัขจิ้งจอกหิมะสามารถเดินและวิ่งบนพื้นน้ำแข็งได้ ทำให้สามารถใช้ชีวิตในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิที่ติดลบมากกว่า 40 องศาเซลเซียสได้ ในวันหิมะตกหนักหรือเกิดพายุ สุนัขจิ้งจอกหิมะจะขุดโพรงลึกใต้หิมะ และขดตัวนอนโดยใช้หางฟูฟ่องตวัดห่มตัวและหน้าไว้ คล้ายกับคนห่มผ้า และใช้พลังงานจากไขมันเพียง 50% คล้ายกับการจำศีลของสัตว์อื่นๆ และเมื่อฤดูหนาวหมดลง ขนขาวๆจะหลุดออกและถูกแทนที่ด้วยขนสีเทาอมน้ำตาล เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้น และเมื่อฤดูหนาวกลับมาอีกครั้ง ก็ถึงเวลาต่อสู้กับสภาพอากาศที่โหดร้าย ขนสีเทาอมน้ำตาลจะกลับมาเป็นขนหนานุ่มสีขาวอีกครั้ง

สุนัขจิ้งจอกหิมะ ถูกจัดให้เป็นสัตว์ที่อยู่ในสภาวะถูกคุกคามตามบัญชีของ IUCN (International Union for Conservation of Nature) หรือ สหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ เนื่องจากผลกระทบจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น การขุดเจาะน้ำมันบริเวณขั้วโลกเหนือที่ทำให้ปริมาณอาหารตามธรรมชาติลดลง รวมถึงการสร้างผลกระทบต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของสุนัขจิ้งจอกหิมะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนั่นอาจเป็นส่วนที่ทำให้จำนวนประชากรสุนัขจิ้งจอกหิมะลดลงจำนวนมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการให้ความสำคัญกับสัตว์โลก Les Néréides จึงได้สร้างสรรค์ผลงานผ่านเครื่องประดับในคอลเลกชัน Les Néréides Loves Animals โดยในฤดูกาลนี้ Les Néréides ได้รับแรงบันดาลใจจากท่ามกลางภูเขาสูงชันของเทือกเขาอาร์กติกที่ถูกรายล้อมไปด้วยสุนัขจิ้งจอกหิมะและนกโกลด์ฟินช์ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางราชินีดอกไม้สีขาวขนฟูราวหิมะ ในทุกรายละเอียดได้รับการรังสรรค์ออกมาอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นการฝังเพชรลงบนต่างหูข้างหนึ่ง หรือการเพ้นท์สีเคลือบเงา เพื่อสร้างความมีสีสันและมีชีวิตชีวาน่าหลงใหลมากขึ้น โดยจะนำรายได้ 15% จากยอดขายในคอลเลกชันนี้ไปบริจาคแก่มูลนิธิช่วยเหลือสัตว์ตามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์โลก และเพื่อให้ชีวิตของสัตว์ทุกชนิดมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 💗💕

#เรเนเคอิดขอเล่า #เครื่องประดับแฟชั่น #เครื่องประดับแฮนด์เมด #เครื่องประดับออกงาน #คนรักสัตว์ #สุนัขจิ้งจอก #จิ้งจอกหิมะ

เก็บภาพเธอเอาไว้ข้างใน Locket ❤️💗ใครหลายๆ คนคงเคยผ่านตากับจี้ห้อยคอบานพับที่สามารถใส่รูปภาพเล็กๆ หรือที่เราเรียกกันว่า ‘...
06/12/2024

เก็บภาพเธอเอาไว้ข้างใน Locket ❤️💗

ใครหลายๆ คนคงเคยผ่านตากับจี้ห้อยคอบานพับที่สามารถใส่รูปภาพเล็กๆ หรือที่เราเรียกกันว่า ‘จี้ล็อกเก็ต’ กันมาบ้างแล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่าจี้ล็อกเก็ตนี้มีที่มาที่ไปหรือมีต้นกำเนิดมาจากไหนกัน

คำว่า ‘Locket’ มาจากคำว่า ‘Loquet’ ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่าแม่กุญแจขนาดจิ๋ว ล็อกเก็ตในสมัยยุคกลางนั้นถูกทำขึ้นมาเพื่อใช้พกพาเพื่อเป็นเครื่องรางเพื่อปกป้องผู้สวมใส่ ซึ่งล็อกเก็ตในยุคแรกนั้นถูกทำขึ้นด้วยโลหะและมีช่องสำหรับเก็บสิ่งของขนาดเล็ก เช่น เส้นผม ฟัน หรือคำอธิฐาน นิยมสวมใส่เป็นจี้บนสร้อยคอ หรือสร้อยข้อมือ

ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 14 ยุคเรเนซองส์ (Renaissance) ล็อกเก็ตได้ถูกพัฒนาให้มีความสวยงามประณีตมากยิ่งขึ้น มีการขึ้นตัวเรือนด้วยโลหะมีค่า บางครั้งมีการประดับด้วยอัญมณีหรือเพ้นท์สีเคลือบเงา ล็อกเก็ตในยุคสมัยเรเนซองส์นี้ถูกดีไซน์เพื่อใส่ภาพวาดบุคคลขนาดจิ๋ว ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นผู้มั่งคั่ง

และช่วงศตวรรษที่ 19 ในยุควิกตอเรีย (Victorian) เป็นช่วงที่ล็อกเก็ตได้รับความนิยมสูงสุด ผู้คนสมัยนั้นนิยมสวมใส่ล็อกเก็ตเป็นเครื่องประดับ และมักถูกมอบให้เป็นของขวัญอันเลอค่าที่มีคุณค่าทางจิตใจ ระหว่างคนรัก สมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนฝูง ล็อกเก็ตในยุคนี้มักทำจากทองหรือเงิน และถูกแกะสลักด้วยลวดลายที่ประณีต เช่น ลายดอกไม้ หัวใจ หรือไม้กางเขน ล็อกเก็ตในสมัยวิกตอเรียยังมีช่องลับเล็กๆ ที่สามารถใช้เก็บธนบัตรอีกด้วย Les Néréides จึงได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งในแฟชั่นยุควิกตอเรีย (Victorian) มาออกแบบเครื่องประดับและสร้างสรรค์ผลงาน โดยนำเสนอถึงเครื่องประดับที่มีดีไซน์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร แต่ยังให้ความหรูหราสง่างาม และสร้างคุณค่าทางจิตใจเป็นอย่างมากอีกด้วย

ซึ่งปัจจุบันเอง ล็อกเก็ตยังคงเป็นเครื่องประดับที่ยังได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย ผู้คนยังนิยมมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษแก่คนพิเศษ ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องประดับที่สร้างคุณค่าทางจิตใจ Les Nereides ขอแนะนำเครื่องประดับในคอลเลกชัน My Little Secret คอลเลกชันที่ประกอบด้วยล็อกเก็ตอันเป็นความลับที่มีความประณีตละเอียดอ่อนและออกแบบให้ดูทันสมัยมากขึ้น โดยนำดอกเดซี่อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและดอกหน้าแมว สัญลักษณ์แห่งความคิดถึง มาเพิ่มรายละเอียดให้มีความโรแมนติกมากขึ้น และใช้เพชรคิวบิกเซอร์โคเนียฝังตรงกลางดวงดาวช่วยเพิ่มสัมผัสและความเป็นประกายแห่งแสงสว่างให้กับจี้ล็อกเก็ต ด้วยการออกแบบที่มีความละเอียดอ่อนและสง่างามเหนือกาลเวลา ซ่อนด้วยรูปภาพของคนที่คุณชื่นชอบไว้ในล็อกเก็ตอันประณีต เพื่อเปิดดูยามเมื่อคิดถึงกัน และอีกหนึ่งคอลเลกชันที่พลาดไม่ได้ กับคอลเลกชัน Sleepless Night ที่จะนำเสนอเครื่องประดับทองคำสำหรับสวมใส่ไปงานราตรีในหลากหลายขนาดและพื้นผิวต่างๆ รวมถึงเส้นสายลวดลายที่ประกอบขึ้นอย่างวิจิตรตระการตาและเป็นเอกลักษณ์ เสริมลุคให้ดูรื่นเริงและสง่างามตลอดการสวมใส่

#เรเนเคอิดขอเล่า #จี้ล็อคเกต #สาระน่ารู้ #ดอกไม้ #เกร็ดความรู้ #ศิลปะ #เครื่องประดับ

Tree of Life เพราะธรรมชาติอยู่รอบตัวเรา 💐🍃ณ รากฐานความเป็นธรรมชาติอันสวยงามตามที่ได้พบเห็น ในโลกสุดแสนมหัศจรรย์ที่มีเหล่...
28/11/2024

Tree of Life เพราะธรรมชาติอยู่รอบตัวเรา 💐🍃

ณ รากฐานความเป็นธรรมชาติอันสวยงามตามที่ได้พบเห็น ในโลกสุดแสนมหัศจรรย์ที่มีเหล่านกน้อยหลากสีสันบินไปมาทั่วผืนฟ้า เหล่าพืชพรรณน่าแปลกตาอันเขียวชอุ่มและส่งกลิ่นหอมยั่วยวนให้ความเข้ากันอย่างลงตัว รวมถึงเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งอาหารชั้นเลิศอย่างเทียบไม่ได้ หากใครได้พบเห็นจะต้องจดจำได้ไม่มีวันลืมเลือน

สวนอีเดน (Garden of Eden) หลายคนคงรู้จักกันในนาม “สวนแห่งต้นกำเนิดมนุษย์” บ้างก็เรียกว่า “สวนของพระเจ้า” ซึ่งถือเป็นของขวัญจากสวรรค์ที่ทุกอย่างล้วนสมบูรณ์แบบ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่มีการตาย ไม่มีความหิวโหย นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่ถือเป็นใจกลางสำคัญของสวนอีเดน นั่นก็คือ The Tree of Life หรือ ต้นไม้แห่งชีวิต ในปัจจุบัน ต้นไม้แห่งชีวิตยังคงเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังในงานศิลปะ โดยเฉพาะงานศิลปะในทางศาสนาที่ผู้คนนำมาตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีระหว่างสวรรค์โลก และโลกใต้พิภพ เสมือนมนุษย์ที่มีทั้งความดีและความชั่วในตัวเองนั่นเอง
การจะกล่าวว่าธรรมชาติเป็นต้นกำเนิดของมนุษย์นั้นไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจผิดเลย เพราะมนุษย์มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติแบบใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน ทั้งในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และในขณะเดียวกันก็ถือเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแหล่งอาหาร เครื่องนุ่มห่ม ยารักษาโรค แหล่งที่อยู่อาศัย ที่รองรับกิจกรรมต่าง ๆ หรือให้ความรื่นรมย์แก่จิตใจและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย

ด้วยความงามของธรรมชาติที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้และเพื่อให้ธรรมชาติอยู่เคียงคู่กับมนุษย์ไปอย่างยาวนาน Les Néréides จึงได้สร้างสรรค์ผลงานในคอลเลกชัน Tree of Life ผ่านเครื่องประดับแฮนด์เมด โดยได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากความงดงามของเหล่าธรรมชาติ ทั้งเหล่าพืชพรรณนานาชนิดที่เติบโตขึ้นมาอย่างอุดมสมบูรณ์ เหล่าฝูงนกหลากสายพันธุ์บินอวดโฉมไปทั่วผืนฟ้าอย่างอิสระ และเหล่าสัตว์น้อยใหญ่พากันออกมาเดินเล่นอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด โดยมีงูและใบเถาวัลย์มาช่วยเสริมเครื่องประดับคอลเลกชันนี้ให้ดูน่าประทับใจมากขึ้น นอกจากนี้ ความงดงามของธรรมชาตินั้น ยังคงเป็นแรงบันดาลใจหลักในการสร้างสรรค์ผลงานคอลเลกชันต่อไปของ Les Néréides อีกด้วย

#เรเนเคอิดขอเล่า #สวนเอเดน #สาระน่ารู้ #ดอกไม้ #เกร็ดความรู้ #ศิลปะ #เครื่องประดับ

มากกว่าความหอมและความสวยงาม Jasmine นั้นเป็นอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด🌼💐Jasmine หรือ มะลิ ซึ่งภาษาเปอร์เซีย Jasmine หรือ Ya...
21/11/2024

มากกว่าความหอมและความสวยงาม Jasmine นั้นเป็นอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด🌼💐

Jasmine หรือ มะลิ ซึ่งภาษาเปอร์เซีย Jasmine หรือ Yasmine หมายถึง ของขวัญจากพระเจ้า (a gift from god) ดอกไม้สีขาวบริสุทธ์แลดูสูงส่ง สง่างามและมีกลิ่นหอมอบอวลอันเป็นเอกลักษณ์ และขึ้นชื่อได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ความโรแมนติก มิตรภาพ ความเรียบง่ายและความอ่อนน้อมถ่อมตน คนสมัยก่อนจึงมักจะนิยมปลูกดอกมะลิเอาไว้เป็นไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อชื่นชมกับกลีบดอกสีขาวสวยนุ่มนวลชวนน่าหลงใหล และนำมาร้อยเป็นมาลัยกราบบูชาพระที่ส่งกลิ่นหอมไปทั่วห้องให้ความรู้สึกสงบใจอีกด้วย

นอกจากนี้ ในแต่ละอารยธรรมทั่วโลก ดอกมะลินั้นมีความหมายในบริบทของแต่ละวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ดอกมะลิจึงไม่ได้แสดงถึงเพียงแค่ความสะอาดบริสุทธิ์ แต่ยังเป็นตัวแทนถึงความสูงส่ง สง่างาม และการเคารพบูชาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย ตามเรื่องเล่าวรรณคดีหรืองานศิลปะต่างๆ ดอกมะลิจึงมักถูกหยิบยกมากล่าวถึงแต่เรื่องในแง่ดีเสมอ

กลีบของดอกมะลิไม่เพียงแต่มีแค่สีขาวเท่านั้น แต่ยังสามารถพบกลีบดอกมะลิที่มีสีเหลือง สีชมพู หรือสีอื่น ๆ ได้อีก และยังมีทั้งส่งกลิ่นหอมและไม่มีกลิ่นหอมอีกด้วย ตัวอย่างเช่น

Winter Jasmine หรือ ดอกมะลิฤดูหนาว🏵 บ้างเรียกว่า ดอกมะลิเหมันต์ เป็นดอกมะลิสีเหลืองอร่ามที่ผลิบานในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น Winter Jasmine ในภาษาจีนออกเสียงว่า “อิ๋งชุนฮวา (迎春花)” คำว่า "อิ๋ง" แปลว่าต้อนรับ คำว่า "ชุน" แปลว่า ฤดูใบไม้ผลิ และคำว่า "ฮวา" แปลว่า ดอกไม้ โดยดอกอิ๋งชุนฮวา มีความหมายตรงตัวว่าเป็นดอกไม้ที่ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากจะให้ความรู้สึกสดชื่นสดใสของสรรพสัตว์ที่ตื่นจากการหลับใหลในฤดูหนาว พรรณไม้นานาชนิดเริ่มผลิบาน และอากาศที่อบอุ่นสบายมากขึ้นแล้ว ยังเป็นดอกไม้ที่สดใสช่วยขจัดความเศร้าหมองจากความหนาวเย็นและช่วยสร้างกำลังใจให้กับคนสวนที่เบื่อหน่ายกับการอยู่แต่ในบ้านอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมี Jasminum polyanthum (Pink Jasmine) หรือ ดอกมะลิสีชมพู 🌸ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองของภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน และกลายพันธุ์เป็นพืชพื้นเมืองในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยมะลิสีชมพูนั้น ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในรายชื่อพืชที่เป็นไม้เลื้อยประดับในร่มยอดนิยม ที่สามารถปลูกได้ง่าย เขียวชอุ่มตลอดปี มีความทนทานปานกลาง มีช่อดอกหลวมๆ ในช่วงฤดูร้อน และมีกลีบดอกสีชมพูหลังขาวรูปแตรที่มีกลิ่นหอมอย่างรุนแรง ไม่พบปัญหาแมลงหรือโรค และขยายพันธุ์ได้ง่าย และยังเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความโรแมนติกอีกด้วย

เพื่อสรรเสริญความงดงามของดอกมะลินั้น Les Néréides จึงได้สร้างคอลเลกชัน Jasmines ที่เน้นการนำดอกมะลิมาใช้เป็นดอกไม้หลัก เพื่อเพิ่มสัมผัสแห่งความสดชื่นและมีสีสันให้กับการออกแบบทั้ง 3 คอลเลกชันด้วยกัน คือ Time to Dream Collection, Secret of the Parfumier Collection, และ Little Messenger Collection โดยนำเสนอดอกมะลิออกมาอย่างโดดเด่น ด้วยการเคลื่อนไหวที่ดูสนุกสนาน และการนำเทคนิคการเพ้นท์สีเคลือบเงามาใช้เพื่อนำเสนอความทันสมัยแปลกใหม่ และลบเลือนภาพจำจากคอลเลกชันดอกไม้ดั้งเดิมไป💕

#เรเนเคอิดขอเล่า #ดอกมะลิ #สาระน่ารู้ #ดอกไม้ #เกร็ดความรู้ #ศิลปะ #เครื่องประดับ

🍎Normandie เมืองแห่งสรวงสวรรค์ ณ กรุงปารีส ที่สวยและโรแมนติกเกินคำบรรยาย 💐🌊    เมืองนอร์มังดี (Normandie) เป็นเมืองที่อย...
14/11/2024

🍎Normandie เมืองแห่งสรวงสวรรค์ ณ กรุงปารีส ที่สวยและโรแมนติกเกินคำบรรยาย 💐🌊

เมืองนอร์มังดี (Normandie) เป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเมืองที่ทอดตัวยาวตามแนวชายทะเลช่องแคบอังกฤษ และตั้งอยู่ระหว่างเมืองบริตทานีกับนอร์ปาดกาเล โดยจุดเด่นที่มีทิวทัศน์สวยงามแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่หมู่บ้านบนเกาะเลอมงแซงต์มีแชลที่มีความงดงามราวเทพนิยาย นอกจากนี้เมืองนอร์มังดียังแบ่งออกเป็นหลายจังหวัด โดยแบ่งเป็นนอร์มังดีบน กับ นอร์มังดีล่าง เมืองขึ้นชื่อของนอร์มังดีบน คือเมือง Rouen และ Giverny ส่วนเมืองขึ้นชื่อของนอร์มันดีล่าง คือเมือง Caen เมืองนอร์มังดีจึงเป็นเมืองที่มีพื้นที่ตากอากาศชายทะเลมากมาย จึงทำให้ที่นี่มีอากาศค่อนข้างเปียกชื้นตลอดทั้งปี และยังมีเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสอีกมากมายด้วย

นอกจากนี้ เมืองนอร์มังดี (Normandie) ยังเป็นที่รู้จักสำหรับหน้าผาสีขาวกรำแดดกรำฝน และการยกพลขึ้นบกในวันดีเดย์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1944 ณ ภูมิภาคที่กว้างใหญ่แห่งนี้ มีประวัติศาสตร์ทางการทหารที่ยาวนาน ซึ่งถือว่าเป็นสมรภูมิใหญ่ที่สุดในยุโรปของฝ่ายสัมพันธมิตร (อังกฤษ สหรัฐอเมริกา แคนาดาและฝรั่งเศส) และนับเป็นการยกพลขึ้นบกครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์โลก โดยมีทหารกว่า 150,000 นาย เรือรบ 5,000 ลำ เครื่องบิน 12,000 ลำ และมีการนองเลือดกันมากที่สุดอีกด้วย อีกทั้งยังรวมถึงการบุกประเทศอังกฤษของชาวนอร์มันใน ค.ศ. 1066 จนนำมาสู่การเรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีและประวัติศาสตร์ของเขตนี้ได้ และได้ตั้งชื่อเมืองนอร์มังดี (Normandie) ที่มาจากคำว่า “นอร์แมน” (Norman) หรือ “นอร์สแมน” (Norse man) อีกด้วย

เมืองนอร์มังดี จึงถือเป็นสถานที่แห่งขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ โดยมีชุมชนบนเกาะที่น่าตื่นตาตื่นใจ ยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน แดดอ่อนแสงทองระยิบระยับสาดส่องลงมาทั่วสวนผลไม้ในเมืองนอร์มันดี ประเทศฝรั่งเศส ให้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสงบและโรแมนติก แสงสุดท้ายของวันที่เลือนลางลงช้าๆ ทิ้งความงดงามของธรรมชาติและความอบอุ่นไว้ในความทรงจำ โดยมีแอปเปิ้ลอันขึ้นชื่อของเมืองนอร์มังดีที่มีรสชาติอร่อยและส่งกลิ่นหอมหวานยั่วยวนไปทั่วท้องทุ่งเขียวขจี ลูกแพร์อันเป็นเอกลักษณ์สีสันสวยงาม และนกกางเขนตัวน้อยบินไปทั่วผืนฟ้า นำมาบรรจบกันอย่างลงตัวในคอลเลกชัน Last Harvest จาก Les Néréides ที่มีการออกแบบและใส่ใจในรายละเอียดทั้งหมดอย่างประณีต รวมถึงดอกไม้ที่ฝังด้วยเพชรคิวบิกเซอร์โคเนีย และรูปทรงแอปเปิ้ลที่ทำจากหินโมราสีแดงมาช่วยเพิ่มความสงบสุขและความมั่งคั่งในชีวิตเสมือนอยู่ในเมืองนอร์มังดีอันแสนเรียบง่ายสงบสุขและโรแมนติก🍎🍑🍃

#ที่เที่ยวปารีส #เรเนเคอิดขอเล่า #นอร์มังดี #สาระน่ารู้ #พิพิธภัณฑ์ #เกร็ดความรู้ #ศิลปะ

✨ Grand Opening ✨เปิดร้านอย่างเป็นทางการ! 🎉🎁ฉลองการเปิดตัวร้าน Les Néréides Paris เครื่องประดับแฮนด์เมดสุดหรูที่นำเข้าจา...
10/11/2024

✨ Grand Opening ✨
เปิดร้านอย่างเป็นทางการ! 🎉🎁

ฉลองการเปิดตัวร้าน Les Néréides Paris เครื่องประดับแฮนด์เมดสุดหรูที่นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส 🇫🇷

โดยทุกชิ้นถูกสร้างสรรค์อย่างประณีต บ่งบอกถึงรสนิยมและความหรูหราเหนือระดับ ✨

💎โปรโมชันเปิดร้านใหม่💎
รับทันที Voucher มูลค่า 500 บาท เมื่อซื้อครบ 2,900 บาท ขึ้นไป💸

พิเศษไปกว่านั้น เมื่อเปิดบิลแรกสามารถแลกซื้อแหวน La Diamantine💍(รุ่นที่เข้าร่วมรายการ) ในราคาเพียง 990 บาท

เติมเต็มทุกลุคของคุณให้โดดเด่น ด้วยเครื่องประดับพรีเมียมที่ไม่เหมือนใคร 🛍️

เชิญคุณพบกับความงามที่ส่งตรงจากปารีสได้แล้ววันนี้ที่ร้านของเรา🌟
📍2fl. Groove (ทางเชื่อม skywalk)

💌 อย่าพลาด! ช้อปก่อน คุ้มก่อน



#เครื่องประดับแฟชั่น #เครื่องประดับแฮนด์เมด

Les Néréides x Souvenirs from Paris🥐☕ปารีส เมืองแห่งความรัก ด้วยบรรยากาศรอบข้าง ทำให้เมืองปารีสเป็นเมืองที่อบอวลไปด้วยคว...
24/10/2024

Les Néréides x Souvenirs from Paris🥐☕

ปารีส เมืองแห่งความรัก ด้วยบรรยากาศรอบข้าง ทำให้เมืองปารีสเป็นเมืองที่อบอวลไปด้วยความโรแมนติก ทั้งสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเน้นรายละเอียดไว้มากมาย ศิลปะและวัฒนธรรมที่สื่อถึงผู้คนและทัศนียภาพที่สวยงามของปารีส การใช้ภาษาที่ให้กลิ่นอายของความโรแมนติก จนกระทั่งผู้คนในเมืองปารีสที่มีความโรแมนติกสูง เทคแคร์เก่งอีกด้วย นอกจากนี้ เมืองปารีสยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน

หลังจากรวบรวม Paris Snapshots เมืองแห่งแสงสว่างของเรามาแล้ว 2 คอลเลกชัน Les Néréides ได้นำของที่ระลึกที่ทำให้การเดินทางของคุณไม่ถูกลืมเลือนไป เเละเเบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวให้กับคนที่คุณรักอีกด้วย โดยเน้นที่เอกลักษณ์ทั่วไปของชาวปารีส เช่น การปั่นจักรยานหรือนั่งรถไฟใต้ดิน การสวมใส่หมวกเบเร่ต์ (Beret) ซึ่งเป็นตัวแทนแฟชั่นสไตล์ปารีส ใส่ได้ทั้งหญิงและชาย กระเป๋าถือที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับและเครื่องสำอางที่ขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามคุณภาพสูงจากฝรั่งเศส น้ำหอมที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาหารการกินของชาวปารีส รวมถึงอนุสรณ์สถานทางสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียง

Souvenirs from Paris Collection อีกหนึ่งคอลเลกชันที่จะพาคุณหวนนึกถึงประสบการณ์ความทรงจำจากการเดินทางไปปารีสของคุณ ไม่ว่าจะเลือกจากคาเฟ่ที่คุณชื่นชอบ กิจกรรรมเดินเล่นริมท่าเรือ ทุกสิ่งที่ผู้หญิงชาวปารีสถือติดกระเป๋า หรือสุนัขสวมหมวกเบเร่ต์ มาโอบกอดความทรงจำอันน่าตื่นตาตื่นใจเหล่านี้ไปด้วยกันได้กับ Les Néréides Paris Souvenirs from Paris Collection

#เรเนเคอิดขอเล่า #สาระน่ารู้ #เกร็ดความรู้ #ศิลปะ

15/10/2024
🎨🖌 Creating imaginary flowers, because imagination is always encouraged at Les Néréides💐หากกล่าวถึงดอกไม้แล้ว หลายคนคงคุ...
10/10/2024

🎨🖌 Creating imaginary flowers, because imagination is always encouraged at Les Néréides💐

หากกล่าวถึงดอกไม้แล้ว หลายคนคงคุ้นเคยกับการ์ตูน หรือหนังจำพวกเทพนิยาย ที่มักจะมีการจัดฉากต่างๆที่อยู่ในป่าธรรมชาติ จะมีทั้งภูเขาดอกไม้ ต้นไม้ใหญ่ รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อยู่ในสวนด้วยจากในการ์ตูนหรือในนิยายนั้นล้วนเอามาจากในชีวิตจริงทั้งนั้น หรือบางอย่างสร้างมาจากการ์ตูนหรือหนังก่อนและนำมาสร้างในชีวิตจริงก็มี หรืออาจจะมีบางคนที่เคยไปเที่ยวสวนดอกไม้ในต่างประเทศ อยากจะปลูกดอกไม้เหมือนที่บ้านเขาบ้าง

เชื่อว่าทุกคนมีดอกไม้ที่ชอบอยู่ในหัวใจ แต่ดอกไม้แบบไหนกันนะที่จะทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นหัวใจ จะเป็นดอกไม้เรียบๆแต่รูปร่างหน้าตาดูแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร หรือจะเป็นดอกไม้ที่มีกลีบดอกซ้อนทับกันแลดูระรานตา รวมถึงดอกไม้ที่มีรูปทรงแปลกใหม่แลดูน่าพิศวง คุณเคยลองจินตนาการวาดฝันถึงดอกไม้แบบไหนที่จะสื่อถึงเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตของคุณ ร่วมสร้างสรรค์ดอกไม้ในจินตนาการผ่านเครื่องประดับที่จะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจไปกับ Les Néréides เพราะว่าเราส่งเสริมการสร้างจินตนาการของทุกคนอยู่เสมอ ปลดปล่อยจินตนาการของคุณและร่วมสร้างดอกไม้ใหม่ สีสันใหม่ในความฝันของคุณ ให้กลับมาเป็นดอกไม้ที่มีรูปลักษณ์ที่มีอยู่จริง ในคอลเลกชัน Imaginary Flowers🌼ที่จะแสดงความเป็นดอกไม้ที่ไม่มีอยู่จริง แม้ว่าดอกไม้จำนวนนับไม่ถ้วนที่มีอยู่บนโลกใบนี้จะมีมากมาย แต่เรายังคงต้องการสร้างและออกแบบสายพันธุ์ดอกไม้ของเราเองผ่านเครื่องประดับอันงดงามมากยิ่งขึ้น

#ดอกไม้ในจินตนาการ #เรเนเคอิดขอเล่า #สาระน่ารู้ #ดอกไม้ #เกร็ดความรู้ #ศิลปะ

Taormona เมืองขนาดเล็กที่สวยที่สุดในเกาะซิซิลี (Sicily)Les Néréides ขอพาคุณไปรู้จักอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม ที...
03/10/2024

Taormona เมืองขนาดเล็กที่สวยที่สุดในเกาะซิซิลี (Sicily)

Les Néréides ขอพาคุณไปรู้จักอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม ที่จะทำให้คุณประทับใจไม่มีวันลืมกับเมืองทาโอร์มินา (Taormina) แห่งเกาะซิซิลี (Sicily) ประเทศอิตาลี
เมืองทาโอร์มินา (Taormina) เมืองเล็ก ๆ ริมทะเลที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดบนเกาะซิซิลี (Sicily) ประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของเกาะ ตัวเมืองตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงามบนเขา สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันกว้างไกลของชายฝั่งด้านล่าง ด้านหน้าของตัวเมืองหันออกทะเลจะมองเห็นทะเลไอโอเนียน (Ionian Sea) สีฟ้าคราม และด้านหลังยังปรากฎความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟเอทน่า (The Mount Etna volcano) ที่ยังครุกรุ่นและขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกองุ่นขนาดใหญ่ที่ใช้ทำไวน์คุณภาพเยี่ยมออกจำหน่ายสู่ยุโรป อันเนื่องด้วยความอุดมสมบูรณ์ของดิน สภาพภูมิอากาศ แดด ลม

เมืองทาโอร์มินา (Taormina) เคยเป็นอาณานิคมเก่าแก่ที่สุดสมัยกรีกโบราณ ดังนั้นวัฒนธรรมกรีกมีอิทธิพลเด่นชัด มีความโดดเด่นด้วยเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นพระราชวัง Palazzo Corvaja จัตุรัสเปียซซา พรีโตเรีย (Piazza Pretoria) น้ำพุพรีทอเรีย(Fontana Pretoria) โบสถ์ San Domenico โบสถ์แองกลิกันแห่ง Saint George สวนของเทศบาล (Giardini della Villa Comunale) หรือโรงละครกรีกแห่งทาโอร์มิน่า (Ancient Greek Theatre of Taorminatre) บนถนนคอร์โซ อัมเบอร์โต้ (Corso Umberto) และมักใช้สำหรับการแสดงโอเปร่าและการแสดงละครและคอนเสิร์ต พร้อมทิวทัศน์ทะเลสีฟ้าสวยสดของทะเลไอโอเนียนอันสง่างาม

เพื่อทำให้ในวันหยุดของคุณเป็นที่น่าจดจำ ร่วมเดินทางไปเมืองทาโอร์มินา(Taormina) กับเรเนเรเดสได้ใน Weekend in Taormina Collection ที่จะทำให้คุณพบกับความสวยงามของเมืองทาโอร์มินาผ่านเครื่องประดับอันเลอค่า และมอบประสบการณ์อันแสนวิเศษให้แก่คุณ

#เรเนเคอิดขอเล่า #สาระน่ารู้ #พิพิธภัณฑ์ #เกร็ดความรู้ #ศิลปะ

มาแวะช้อปปิ้งกันได้นะคะกับสาขาใหม่ 🛍️ Les Néréides Paris ที่📍 Siam Paragon ชั้น 1 ฝั่ง North (บริเวณ Fine Jewelry) ✨💎 ...
02/10/2024

มาแวะช้อปปิ้งกันได้นะคะกับสาขาใหม่ 🛍️ Les Néréides Paris ที่📍 Siam Paragon ชั้น 1 ฝั่ง North (บริเวณ Fine Jewelry) ✨💎

#เครื่องประดับแฟชั่น #เครื่องประดับแฮนด์เมด

Versailles’ Museum หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก🕍⛲พระราชวังแวร์ซายส์ Versailles’ Museum (Musée du Château de Versailles)...
26/09/2024

Versailles’ Museum หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก🕍⛲

พระราชวังแวร์ซายส์ Versailles’ Museum (Musée du Château de Versailles) หรือชื่อเต็มว่า Public Establishment of the Palace, Museum and National Estate of Versailles เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศฝรั่งเศส ด้วยความงดงามทั้งภายนอกและภายในพระราชวังและสถาปัตยกรรมสไตล์คริสต์ศตวรรษที่ 17 และ 18 ที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน ทำให้พระราชวังแวร์ซายส์ ได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกตะวันตกที่แสดงถึงความมั่งคั่งและประวัติศาสตร์ชาติของฝรั่งเศสจากองค์การ UNESCO ในปี ค.ศ. 1979 โดยพระราชวังแวร์ซายส์ยังเป็นสถานที่ลงนามสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตรกับจักรวรรดิเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 1 และเมื่อครั้งเยอรมันบุกตีชนะฝรั่งเศสสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยและประเทศฝรั่งเศสโดยคณะฑูตในสมัยพระนารายณ์ แห่งอยุธยาด้วยเช่นกัน

พระราชวังแวร์ซายส์แห่งนี้ ถูกแบบออกเป็น 5 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ The Palace, The Gardens, The Estate of Trianon, และ The Park โดยรวบรวมงานศิลปะที่สะท้อนให้ได้เห็นถึงบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติฝรั่งเศสท้ังในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และศิลปะแสดงถึงความสำเร็จของประเทศฝรั่งเศส เป็นสถานที่สำคัญที่ Les Nereides ได้วางจัดจำหน่ายและรังสรรค์คอลเลกชันจากแรงบันดาลใจต่างๆ ให้กลายเป็นเครื่องประดับที่สามารถสวมใส่ติดตัวได้ทุกที่ ทุกเวลา

#เรเนเคอิดขอเล่า #สาระน่ารู้ #พิพิธภัณฑ์ #เกร็ดความรู้ #ศิลปะ

Les Néréides Loves Animals จะพาทุกคนไปรู้จักกับเจ้าเหมียว Puss in Boots กันมากยิ่งขึ้น🐱🐈พุซ อิน บู๊ทส์ (Puss in Boots) เ...
19/09/2024

Les Néréides Loves Animals จะพาทุกคนไปรู้จักกับเจ้าเหมียว Puss in Boots กันมากยิ่งขึ้น🐱🐈

พุซ อิน บู๊ทส์ (Puss in Boots) เจ้าแมวแสนเท่ที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ มีเสน่ห์แพรวพราวขโมยหัวใจสาวๆ ไปทั่ว เดิมทีแล้วเป็นนิทานปรัมปราของยุโรปที่มักถูกเล่าขานในอิตาลี และฝรั่งเศส โดยมีชื่อเดิมว่า “Il gatto con gli stivali” เป็นอีกหนึ่งนิทาน ในหนังสือ ‘The Facetious Nights of Straparola’ ของนักเขียนชาวอิตาลีนามว่า จีโอวานนี ฟรานเชสโก สตราปาโรลา (Giovanni Francesco Straparola) ที่เขียนขึ้นระหว่างปี 1550-1553 หรือในศตวรรษที่ 17

เนื้อเรื่องเดิมของเจ้าแมวพุซ อิน บู๊ทส์ เริ่มด้วยเรื่องราวของเจ้าของโรงโม่แห่งหนึ่งที่มีบุตรอยู่ 3 คน คนโตได้มรดกเป็นโรงโม่ คนกลางได้ม้าและรถเข็น ส่วนคนเล็กได้แมวหนึ่งตัวที่สามารถพูดได้ และเอ่ยปากขอรองเท้าบูทหนึ่งคู่เพื่อสวมใส่อีกด้วย

เรื่องราวอันแสนสนุกเริ่มจากการที่เจ้าแมวพุซเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรให้เจ้าของของมันได้อยู่อย่างสุขสบาย มันเริ่มคิดแผนการแรกคือออกไปล่าสัตว์ในป่าเพื่อนำไปถวายพระราชาของเมือง โดยอ้างว่าสัตว์ที่ล่ามาได้นั้นมาจากเจ้านายของมันที่เป็นมาร์ควิสแห่งคาราบัส เจ้าแมวพุซทำแบบนี้นานอยู่หลายเดือน และทุกครั้งที่ถวายของให้ มันก็จะได้รับรางวัลอยู่เสมอ
มีอยู่วันหนึ่งที่พระราชากำลังออกเดินทางไปกับลูกสาว ซึ่งเป็นเจ้าหญิง เจ้าแมวพุซวางกลอุบายด้วยการสั่งให้เจ้านายแก้ผ้าอาบน้ำในแม่น้ำใกล้ๆ มันเอาเสื้อผ้าของเจ้านายไปซ่อน และรอให้ราชรถของพระราชาขับใกล้เข้ามาบริเวณนั้น พอราชรถใกล้เข้ามา เจ้าแมวพุซวิ่งปรี่ขอความช่วยเหลือว่ามีคนขโมยเสื้อผ้าของเจ้านายไป พระราชาจึงสั่งให้คนเอาเสื้อผ้าที่สวยหรูมาให้กับเจ้านายของมันที่อ้างว่าเป็นมาร์ควิสแห่งคาราบัส และอาสาพาส่งเขาไปที่ปราสาท ระหว่างที่เดินทางเขาและเจ้าหญิงได้ตกหลุมรักกันอย่างทันทีทันใด

ส่วนเจ้าแมวพุซในรองเท้าบูทเดินทางล่วงหน้าราชรถของพระราชาไปยังปราสาทแห่งหนึ่งที่ดูแลโดยโอเกอร์ (orge) โอเกอร์ตัวนี้มีพลังวิเศษสามารถจำแลงกายเป็นสิ่งต่างๆ ได้ และได้จำแลงกายเป็นสิงโตเพื่อต่อสู้กับเจ้าแมวพุซรองเท้าบูท ด้วยความฉลาด มันสามารถหลอกให้โอเกอร์จำแลงเป็นหนู จากนั้นก็วิ่งไล่และจับมากินทั้งเป็น ไม่พอแค่นั้นเจ้าแมวยังป่าวประกาศกับชาวบ้านแถวนั้นว่าที่แห่งนี้เป็นของขุนนางที่มีชื่อว่ามาร์ควิสแห่งคาราบัส ถ้าใครไม่ทำตามจะไล่ฆ่าทุกคนเป็นชิ้นๆ

เมื่อราชรถมาถึง ณ ปราสาทที่เดิมทีเป็นของโอเกอร์ พระราชาตกตะลึงในความยิ่งใหญ่ของปราสาท และตกลงยอมให้ลูกสาวตนแต่งงานกับมาร์ควิสโดยทันที และนั่นเองที่ลูกชายแห่งโรงโม่ได้กลายมาเป็นมาร์ควิส พร้อมกับเจ้าแมวพุซในรองเท้าบูทที่ยามว่างคือการวิ่งไล่หนูในปราสาทอันใหญ่โต

ด้วยความฉลาดและความน่ารักของเจ้าแมวพุซ อิน บู๊ทส์ Les Néréides จึงได้ออกแบบและนำเสนอเรื่องราวของเจ้าแมวพุซผ่านเครื่องประดับในคอลเลกชัน Puss in Boots ที่จะนำสีสันอันสนุกสนานของเจ้าแมวมาสู่ชีวิตของคุณ

#เรเนเคอิดขอเล่า #เครื่องประดับแฟชั่น #เครื่องประดับแฮนด์เมด #เครื่องประดับออกงาน #คนรักสัตว์

ที่อยู่

999/9 Rama I Road, Khwaeng Pathum Wan, Khet Pathum Wan
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 22:00
อังคาร 10:00 - 22:00
พุธ 10:00 - 22:00
พฤหัสบดี 10:00 - 22:00
ศุกร์ 10:00 - 22:00
เสาร์ 10:00 - 22:00
อาทิตย์ 10:00 - 22:00

เบอร์โทรศัพท์

+6620106300

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Les Nereides Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Les Nereides Thailand:

วิดีโอทั้งหมด

แชร์

Our Story

Les Néréides Paris, Designs of Luxury Costume Jewellery, created in Paris since 1980. N2, Creative Jewellery Brand, The emphatically Creative and Quirky Little Sister of Les Néréides Paris. The Jewellery is all made and painted by hand in our workshops, making each piece unique. Every collection is the incarnation of French refinement with a keen eye for detail. The pure lines, harmonious colour and choice of materials are all the fruit of meticulous work. Flagship Store: 1st Fl., Groove Fashion Zone, Central World. Tel. 02 613-1262 Department Store: 2nd Fl., Central Chidlom Department Store M Fl., Accessories Bazaar, Paragon Department Store 2nd Fl., Lady Accessories, Siam Takashimaya More info: Line@: @lesnereidesth IG: lesnereidesparis_thailand PR: [email protected] / tel. 089 822 9223