26/10/2026
ทองฟื้นเหนือ $4,000
สงครามสหรัฐฯ - อิหร่านยังไม่น่าไว้ใจ
จับตาเลือกตั้ง อิสราเอล
InseeGoldInsight
ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2569
📈 Gold spot ฟื้นตัวกลับยืนเหนือ 4,000 เหรียญ ปิดตลาด 4,015.8 เหรียญ เพิ่มขึ้น +20.4 เหรียญ หรือคิดเป็น 0.51% ขานรับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง (-7.25) ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือราว (-6.18%) ปิดบริเวณ 110.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากทำจุดสูงสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ 117.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีข่าวประเทศในตะวันออกกลางเตรียมแผนเจรจาอิหร่าน หวังลดความตึงเครียดในภูมิภาค
📌 สำนักข่าว CNN รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังเตรียมความพร้อมที่จะทำสงครามครั้งใหม่ต่ออิหร่าน ซึ่งอาจเป็นปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ ภายในเวลา 96 ชั่วโมง หลังได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
เจ้าหน้าที่สหรัฐบางรายเชื่อว่า ปธน.ทรัมป์อาจออกคำสั่งโจมตีอิหร่านได้ทุกเมื่อก่อนสิ้นปีนี้ โดยมีความเป็นไปได้มากที่สุดว่า ปฏิบัติการดังกล่าวจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่กำลังจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 3 พ.ย. รายงานระบุว่า ขอบเขตของปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ของสหรัฐมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างกว่าการโจมตีแบบจำกัดเป้าหมายเพียงการทำลายระบบเรดาร์ ฐานยิงขีปนาวุธ และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ ของอิหร่านที่สามารถฟื้นฟูหรือสร้างทดแทนได้อย่างรวดเร็ว
ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน มีกำหนดเดินทางไปยังอิหร่านในเมื่อวานนี้ (26 ต.ค.) เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค ซึ่งขณะนี้กำลังส่งผลกระทบต่อซาอุดีอาระเบีย ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนได้เปิดฉากโจมตีสนามบินกรุงริยาดและโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย
กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียระบุว่า การเดินทางเยือนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดความตึงเครียด และส่งเสริมการเจรจาและแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยวิธีทางการทูต พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดช่องทางการเจรจา เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทางทหารกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีก
นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การหารือในวันนี้จะครอบคลุมประเด็นนโยบายขยายอิทธิพลของอิสราเอล พัฒนาการในดินแดนปาเลสไตน์และเลบานอน ตลอดจนผลกระทบจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน
📌 ทรัมป์กำลังใช้จังหวะสงครามอ่าวเปอร์เซีย หาผลประโยชน์หรือเปล่า !?
สมาชิกพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมแห่งรัฐสภาสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถือครองหุ้นในบริษัทน้ำมันและก๊าซซึ่งมีมูลค่ารวมระหว่าง 22.5 ล้านดอลลาร์ ถึง 81.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากช่วง 12.6 ล้านดอลลาร์ ถึง 46 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025 โดยหุ้นที่ทรัมป์ถือครองมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 43% นับตั้งแต่สิ้นปีที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจาก LSEG Data Analytics
รายงานระบุว่า ระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคม 2026 หลังสงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ทรัมป์ซื้อหุ้นในธุรกิจน้ำมันและก๊าซมูลค่ารวมระหว่าง 4.7 ล้านดอลลาร์ ถึง 17.5 ล้านดอลลาร์ และขายหุ้นในกลุ่มเดียวกันมูลค่าระหว่าง 2 ล้านดอลลาร์ ถึง 5.4 ล้านดอลลาร์ โดย Chevron และ ExxonMobil เป็นหุ้นพลังงานหลักในพอร์ตลงทุนของเขา ซึ่งมีมูลค่าการถือครองสูงสุด 23.1 ล้านดอลลาร์ และ 18.4 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ขณะที่พรรคเดโมแครตประเมินว่า ครัวเรือนชาวอเมริกันต้องจ่ายค่าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 856 ดอลลาร์นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันและหุ้นพลังงานปรับตัวขึ้นจากสงครามอิหร่าน โดยราคาหุ้นบริษัทพลังงานในดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ เพิ่มจาก 2.87 ดอลลาร์ เป็น 4.29 ดอลลาร์ต่อแกลลอน และราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นเหนือ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พรรคเดโมแครตจึงตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เนื่องจากทรัมป์ยังถือครองหุ้นในบริษัทที่อาจได้รับประโยชน์จากสถานการณ์และการตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวปฏิเสธข้อกังวลดังกล่าว โดยระบุว่าพอร์ตหุ้นและพันธบัตรของทรัมป์บริหารจัดการโดยสถาบันการเงินอิสระ และทั้งทรัมป์กับสมาชิกครอบครัวไม่มีอำนาจแทรกแซงการตัดสินใจซื้อขายหุ้น ทั้งนี้ ประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ สามารถถือครองและซื้อขายหุ้นระหว่างดำรงตำแหน่งได้ แต่ยังอยู่ภายใต้กฎหมายห้ามใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาประโยชน์จากการซื้อขายหลักทรัพย์
📌 สัปดาห์นี้ได้ชื่อว่าเป็น Central Bank Super Week เนื่องจากจะมีธนาคารกลางถึง 5 แห่งในกลุ่มประเทศ G10 ที่จัดการประชุมนโยบายการเงิน ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐ (FED), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ), ธนาคารกลางแคนาดา (BOC) และธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) ซึ่งนักลงทุนยังจับตาผลการประชุมเฟดในวันพุธ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมครั้งนี้ ก่อนที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในวันนี้
- ความคืบหน้าสงครามสหรัฐฯ - อิหร่าน และ ซาอุฯ - กลุ่มฮูตี ส่วนตัวมองว่าหากสถานการณ์ยังทรงตัว ท่าทีของทรัมป์ที่เผยว่ารอหลังการเลือกตั้งกลางเทอม อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลง และอาจส่งผลให้ราคาทองกลับมาฟื้นตัวได้ แต่ในทางกลับกันหากทรัมป์เดินหน้ากดดันอิหร่านรุนแรงขึ้น ก็อาจส่งผลลบต่อราคาทองได้เช่นกัน
- การเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอลในวันที่ 27 ตุลาคม 2026 ซึ่งหากผลเลือกตั้ง เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอลปัจจุบันแพ้การเลือกตั้ง อาจเปลี่ยนทิศทางความขัดแย้งในตะวันออกกลางให้ชะลอความร้อนแรงลงได้ (ส่วนตัวคาดจะส่งผลบวกต่อราคาทอง) แต่หากเนทันยาฮู ชนะการเลือกตั้ง คาดนโยบายด้านความมั่นคงอาจแข็งกร้าวมากยิ่งขึ้น (ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อราคาทอง)
เวลา 21.00 น.
- สหรัฐฯ เผยตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย Conference Board ตลาดคาดการณ์ลดลงสู่ระดับ 80.7 จากระดับ 81.9 (บวกทอง)
📊 วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
Gold spot จากกราฟรายชั่วโมง ภาพการเคลื่อนไหวหลักยังอยู่ในทิศทาง Sideways Down แม้มีการฟื้นตัวขึ้นเมื่อวานนี้ แต่ราคาทองก็ยังไม่สามารถกลับขึ้นยืนเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ EMA50 ชั่วโมง บริเวณ 4,030 เหรียญได้
ภาพรวมระหว่างวัน ส่วนตัวคาดราคาทองเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ภาพการ Rebound อาจมีกรอบที่จำกัดสลับแรงขายทำกำไรในระยะสั้น โดยมีแนวต้านระยะสั้นที่ 4,030 - 4,035 เหรียญ และถัดไปที่ 4,065 เหรียญ ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญระยะสั้น หลังจากที่ปรับตัวลงมาก่อนหน้านี้ ขณะที่แนวรับ 3,990 เหรียญ และถัดไปที่ 3,965 - 3,975 เหรียญ
แนะนำนักลงทุน
- นักลงทุนทองคำแท่งระยะสั้น เปิดสถานะซื้อ-ขายในกรอบ 63,800 - 64,300 บาท สถานะซื้อ Stop loss หาก Gold spot ปรับตัวลงต่ำกว่า 3,950 เหรียญ ท่านที่มีสถานะซื้อก่อนหน้า ยังคงแนะนำทยอยขายปิดทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นตามแนวต้าน
- กลงทุนทองคำแท่งระยะยาว เปิดสถานะซื้อหากราคาปรับตัวลงบริเวณแนวรับ 63,400 - 63,500 บาท ถือครองเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10% ของเงินสด รวมก่อนหน้าไม่เกิน 50% ของเงินสด