Mr.Paponsan Rittidet

Mr.Paponsan Rittidet รับเช่าพระให้ราคาดี ...ไม่ขาย พระเก๊ พระเสริม พระไม่ปลุกเสก... รับประกันแท้ตลอดชีวิต...พล พัทลุง.:

คำอธิฐาน ในวันครบรอบ คล้ายวันเกิด ของทุกๆปี ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙...🙏...ข้าพเจ้า นายปพนสรรค์ ฤทธิเดช ขอนอบน้อมนมัสการ " พระ...
21/02/2026

คำอธิฐาน ในวันครบรอบ คล้ายวันเกิด ของทุกๆปี ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙...

🙏...ข้าพเจ้า นายปพนสรรค์ ฤทธิเดช ขอนอบน้อมนมัสการ " พระทันตธาตุหรือพระเขี้ยวแก้วเบื้องซ้าย พระบรมสารีริกธาตุปลียอดทองคำนครศรีธรรมราช " และพระธาตุทั้งหลายที่สถิตอยู่ในจักรวาลทั้งหลาย ทั้งพรหมโลกและดาวดึงส์ ตลอดถึงพระธาตุที่สถิตแดนสุขาวดีสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาภูมิและนครบาดาลของเหล่าพยานาคราช...และขอนอบน้อมนมัสการพระโพธิสัตว์พระศรีอริยเมตไตรยะ สถิตภพภูมิสวรรค์ชั้นดุสิต พระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญบารมีครบ ๘๐ อสงไขยแสนมหากัป ลงมาตรัสรู้เป็น พระเมตไตรยพุทธเจ้า...ตราบใดที่มรรคมีองค์แปด ยังคงอยู่พระอรหันก็ยังคงอยู่ ด้วยจิตศัทธาที่ตั้งมั่นข้าพเจ้าขอน้อมรับเอาพระรัตนตรัย เป็นที่พึงตลอดชีวิต ข้าพเจ้าไม่มีสมบัติที่มีค่าควรแก่การสักการะบูชา ข้าพเจ้าขอน้อมถวายตัวเป็นพุทธบูชา ณ บัดนี้...🙏

☸️...ข้าพเจ้า นายปพนสรรค์ ฤทธิเดช เกิดเวลา ๙:๐๐ วันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ( วันเพ็ญเดือน ๓ ) ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๒๑ ณ โรงพยาบาลควนขนุน จ.พัทลุง...ชะตาข้าพเจ้าเป็น มุนี ตั้งแต่เกิด...☸️

☸️..." ทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปเป็นธรรมดา " ...ทุกคนเมื่อระลึกถึงวันเกิด ก็ควรระลึกถึงวันตาย ให้เป็นนิต บางทีครบรอบวันเกิด อาจจะเป็นวันตายของเราก็ได้ ดังนั้นเราต้องพร้อมที่จะตายไว้เสมอ แต่ความตายไม่ใช่ที่สิ้นสุดแห่งชีวิต ชีวิตหลังความตาย ยังมีการเดินทางต่อไปอีก...จากกายหยาบเป็นกายละเอียด...ไม่ว่าจะเป็น วิญญาน สัมภเวสี โอปาติกะ กายทิพย์ กายเทพ กายพรหม ก็แล้วแต่...แค่เปลี่ยนรูปเปลี่ยนร่างเป็นพลังงาน..จากพลังงานหนึ่ง ไปอีกพลังงานหนึ่ง...จากมิติหนึ่ง ไปอีกมิติหนึ่ง ...จากภพหนึ่ง ไปอีกภพหนึ่ง...จากสวรรค์หนึ่ง ไปอีกสวรรค์หนึ่ง...จากจักรวาลหนึ่ง ไปอีกจักรวาลหนึ่ง...การเดินทางที่ไม่มีสิ้นสุดในเอกภพ และสังสารวัฏ...และยังมีการเดินทางต่อไป อีกนับ อสงไขย...ดังนั้น ข้าพเจ้ากราบขอขมากรรมทุกๆท่าน นับแต่นี้บัดนี้เป็นต้นไป กรรมทั้งหลายจงอโหสิกรรมต่อกัน ณ บัดนี้...☸️

🙏" ข้าพเจ้าขอกล่าวคำขอขมา "🙏

☸️...ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้า นายปพนสรค์ ฤทธิเดช ขอตั้งจิตอธิษฐาน ขอขมากรรม ที่ได้กระทำความผิดอกุศลเข้าสิงจิตให้กระทำผิด พูดผิด คิดผิด ด้วยกายวาจาใจ เคยลบหลู่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ สมมุติสงฆ์ พระโพธิสัตว์ ลบหลู่บิดามารดา ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณทุกท่าน ลบหลู่เทพทรง-องค์เทพ และองค์พรหมทั้งหลาย ลบหลู่แม่พระธรณี พระแม่คงคา พระแม่โพสพ ไตรภูมิทั้ง ๓๖ ชั้น ประกอบด้วย ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน อบายภูมิ ๔ มนุษย์โลก ๑ รวมทั้งหมด ๓๖ ชั้น
พระเพลิง พระพาย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในหมื่นโลกธาตุ ในแสนโกฏิจักรวาล ในอนันตจักรวาล ไม่ละลายบาป ไม่เกรงกลัวต่อบาป ซุบซิบนินทาใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น ชอบเพ่งโทษแล้วโยนความผิดให้ผู้อื่น ยุยงส่งเสริมให้แตกความสามัคคี ชอบนำเรื่องราวที่ไม่จริงไปขยายใส่ความให้คนอื่นเข้าใจผิด ชอบคิดเข้าข้างตัวเองเสมอว่า คนนั้นจะต้องเป็นอย่างนี้ คนนี้จะต้องอย่างโน้น ใจคิดคดทรยศหักหลังเพื่อนฝูง และผู้มีพระคุณทั้งหลาย
วิบากกรรมอันใดที่ข้าพเจ้าเคยติดสินบนไว้ ต่อสิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลาย บรมครูปู่ฤษีทั้งหลาย บรมครูหมอเหล็ก บรมครูอักระเลขยันต์ บรมครูหมอยา บรมครูโหราศาสตร์ บรมครูพระเวทย์ เทพเจ้าเหล่าเซียนพระองค์ใด ภูตผีปีศาจอสูรกายยักษ์มารเหล่าใด อาทิสมานกายสัมพะเวสีทั้งหลาย เทพพรหมทุกชั้นฟ้า เจ้าพ่อเจ้าแม่ เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา ผีสางนางไม้ท่านใดได้แก้บนไปแล้วก็ดี หลงลืมไม่ได้แก้บนก็ดี เจตนาหรือไม่เจตนาก็ดี เป็นหนี้ผูกพันกันมา ในอดีตชาติ เป็นร้อยชาติ พันชาติ หมื่นชาติ แสนชาติ จะนับประมาณมิได้ แม้ในชาติปัจจุบันนี้เป็นการไม่สมควร เสมือนหนึ่งเป็นการต่อรองกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย
บัดนี้ ข้าพเจ้าขอสำนึกผิด ในการกระทำทั้งปวงด้วย กาย วาจา ใจ ขอให้ท่านทุกรูปทุกนาม ทุกจิต ทุกวิญญาณ ทุกภพ ทุกภูมิ โปรดงดโทษอโหสิกรรม ให้เป็นอภัยทาน ให้ขาดจากกันในชาตินี้เพื่อจะได้ไม่ติดภพติดชาติ ติดภพติดภูมิ ไปในชาติหน้าอีกต่อไป หากมีผู้ใดเคยสร้าง เวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดี อโหสิกรรมให้ ขอถอนความอาฆาตพยาบาท และถอนคำสาปแช่งในทุกชาติ ทุกภพ ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่ง ของปวงชน ของเจ้ากรรมนายเวร ขอให้พ้นนรกภูมิ พบแสงสว่างทั้งทางโลกและทางธรรม จตุรพิธพรชัย ถึงพร้อมด้วย มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ และนิพพานสมบัติ ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยเทอญ ...☸️

🙏" ข้าพเจ้าขอกล่าวคำอโหสิกรรม "🙏

☸️...นะโม ตัสฺสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมฺมาสัมฺพุทฺ ธัสฺสะ ( ๓ จบ )
อะหังฺ ภันฺเต ปะพนสันฺ อิทฺธิเดโช นามะ กายะกัมฺมังฺ วะจีกัมฺมังฺ มะโนกัมฺมังฺ สัญฺจิจฺจะกัมฺมังฺ
อะสัญฺจิจะกัมฺมังฺ ขะมันฺตุ เม อะโหสิกัมฺมังฺ ภะวะตุ เม ฯ.
กรรมใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่ข้าพเจ้า นายปพนสรรค์ ฤทธิเดช ได้ทำล่วงเกินแก่ผู้ใด ทั้งโดยตั้งใจก็ดี ไม่ได้ตั้งใจก็ดี ในภพชาติใดก็ตาม ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโปรดยกโทษให้เป็นอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้า อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย
แม้แต่กรรมใด ที่ใครๆ ทำแก่ข้าพเจ้าก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ทั้งสิ้น ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน ขอจงดลใจให้เขาเหล่านั้น กลับมีเมตตาจิต คิดเป็นมิตรกับข้าพเจ้า เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันตลอดไป
ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้าพร้อมทั้งครอบครัว ตลอดจนวงศาคณาญาติ
ผู้มีอุปการคุณของข้าพเจ้า พ้นจากความทุกข์ยาก ลำบากเข็ญใจ ความทุกข์อย่าได้ใกล้ ความเจ็บไข้อย่าได้มี ขอได้มีความสุขสวัสดีมีชัย เสนียดจัญไร และอุปัทวันตรายทั้งหลายจงเสื่อมสิ้นหายไป นึกคิดปรารถนาสิ่งใด ที่เป็นไปโดยชอบ ประกอบด้วยธรรมแล้ว ขอให้สิ่งนั้นจงพลันสำเร็จทุกประการเทอญ...☸️

🙏 " คำถอนวาจา คำอธิฐาน " 🙏

☸️...อิมังฺ สัจฺจะวาจังฺ มิจฺฉาทิฏฺฐิ อะธิฏฺฐานังฺ ปัจฺจุทฺธะรามิ
ทุติยัมฺปิ อิมังฺ สัจฺจะวาจังฺ มิจฺฉาทิฏฺฐิ อะธิฏฺฐานังฺ ปัจฺจุทฺธะรามิ
ตะติยัมฺปิ อิมังฺ สัจฺจะวาจังฺ มิจฺฉาทิฏฺฐิ อะธิฏฺฐานังฺ ปัจฺจุทฺธะรามิ ฯ
ข้าพเจ้า นายปพนสรรค์ ฤทธิเดช ขอถอนคำอธิษฐานที่ผิดและขอถอนคำสาปแช่งทุกชนิด ด้วยจิตริษยา อาฆาตพยาบาทด้วย ความโลภ ความโกรธ ความหลง จองล้างจองผลาญเบียดเบียนผู้อื่นด้วย กาย วาจา ใจ มีอวิชชา ตัณหา อุปาทาน มานะทิฏฐิ กิเลส พันห้า ตัณหาร้อยแปด โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ชอบอธิษฐานในสิ่งผิดๆ และสาปแช่งด้วยความหลงผิดคำบนบานที่ข้าพเจ้าได้ตั้งขึ้น พร้อมแล้วด้วยกิเลส ด้วยตัณหา ด้วยอุปทาน ด้วยโทสะ ด้วยโมหะ ด้วยมานะ ด้วยมิจฉาทิฐิ เป็นไปเพื่อความพยาบาทเบียดเบียน สร้างเวรสร้างกรรม ไม่ประกอบด้วยธรรม ไม่ประกอบด้วยวินัย ไม่ประกอบด้วยกุศล ไม่ประกอบด้วยปัญญา ไม่ประกอบด้วยบารมี ที่ข้าพเจ้าได้อธิษฐานไว้ สาปแช่งไว้ บนบานไว้ สัญญาไว้ ในอดีตชาติก็ดี ปัจจุบันชาติก็ดี
นับแต่บัดนี้เป็นต้นไปข้าพเจ้าจักสำรวมระวัง ไม่ขอติดสินบนอีกต่อไป จะอธิษฐานขอพรเพียงอย่างเดียว ลูกขอกราบ อาราธนา อัญเชิญองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกๆพระองค์เคยที่ตรัสรู้มาแล้ว พระปัจเจกพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสงฆ์เจ้า พระโพธิสัตว์ บิดามารดา ครูบาอาจารย์ ทวยเทพทั้งหลายทั้ง ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน โปรดจงเมตตามาเป็นสักขีพยานรับรู้ ในคำกล่าวดังต่อไปนี้ ข้าพเจ้าขอถอนคำอธิฐานทั้งปวงทั้งในอดีตและปัจจุบันชาติ ขอถอนคำกล่าวที่ไม่เป็นมงคลรวมถึงคำสาปแช่งผู้อื่น คำอธิษฐานใดๆ คำสาปแช่งใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ถึงแก่ความวิบัติ พลัดพรากหรือถึงแก่ความตาย ข้าพเจ้าขอถอดถอน ณ บัดนี้ ...☸️

🙏 " บทสวดถอนอาคมและคำสาปแช่ง" 🙏

☸️"...นะโม ตัสฺสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมฺมาสัมฺพุทฺ ธัสฺสะ ( ๓ จบ )
สมุหะเนยยะ สมุหะคะติ สมุหะคะตา พัทธะเสมายัง เอวัง เอหิ นะเคลื่อน โมถอน พุทคลอน ธาถอน ยะหลุด ลอยเลื่อน เคลื่อนด้วย พุทโธนะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ พุทธัง ปัจจักขามิ ธัมมัง ปัจจักขามิ สังฆัง ปัจจักขามิ เอกาเสติ ปะสิทธิ เม เอหิ คัจฉะมุมหิ เปหิ เปหิ นะมะพะทะ พุทโธนะโมพุทธายะ อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ ภะ พุ สะ ปุ โล สุ วิ สัง อะ กัณหะ เนหะ นะกัณ เนกัณ ฯ.
นะโมเม สุขคะโต นะโมเม โสปัตติ นะโมสุคะโต โหติ อะสัญญัตตา จะ สัมภะวา ปัจจุปันนา ปัญจะพุทธา เสติ นะโมสุคะโต จะ อะนาคะตา นะมามิหัง สัพเพ เทวา ยักขา เปตา ภูตา ปะริตา ปะโรคะตา อัคคะเน วา ชาเมตะยะมัง มะนุสสานัง สัพเพ โกทะวิทา วินาสสันติ ทะสา ตันจะ ปิยัง มุกขัง มุกคะปัตโต เอหิ สะเนโท สะเนทา สะเนหา นะเนโห จะ สัพเพ ชะนะมาเร ปะระชายา ชายะ มะหาโภโค มะหาโทโส พายะสะเต กัมเมนะ วินาสสันติ ฯ.
ติ วา คะ ภะ โธ พุท นัง สา นุส มะ วะ เท ถา สัต ถิ ระ สา มะ ทัม สะ ริ ปุ โร ตะ นุต อะ ทู วิ กะ โล โต คะ สุ โน ปัน สัม ณะ ระ จะ ชา วิช โธ พุท สัม มา สัม หัง ระ อะ วา คะ ภะ โส ปิ ติ อิ ฯ..."
ขอถอนอวิชชาไสยเวทย์มนต์ดำทุกคัมภีร์พระเวท คำสาปแช่งอันใด คำอธิษฐานอันใด ที่คนอื่นสาปแช่งข้าพเจ้าไว้ เพราะต้องคำสาปให้ข้าพเจ้าถึงแก่ความวิบัติต่างๆ ทั้งในอดีตชาติและในปัจจุบันชาติ ข้าพเจ้าขอถอดถอน ณ บัดนี้...☸️

🙏 " คำอธิฐาน ยกเลิกเนื้อคู่ คู่ครอง "🙏

☸️...ข้าพเจ้าขอถอดถอนคำสัญญา คำสาบาน คำอธิษฐานที่จะติดตามคู่ ทั้งในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ นับแต่นี้เป็นต้นไป ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระ หลุดพ้นจากเครื่องผูกมัดจิตทั้งปวงมีสังโยชน์เป็นต้น มีผู้ใดเคยสร้างเวรกรรมต่อตัวข้าพเจ้า หรือตัวข้าพเจ้าเคยสร้างเวรกรรมต่อท่าน ไม่ว่าจะชาติใดภพใด ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม ขอให้คำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับ เนื้อคู่ คู่ครอง คนรัก ทั้งในอดีตชาติและคนรักปัจจุบันชาติที่เลิกรากัน นับแต่บัดนี้เป็นต้นไปต่างคนต่างเป็นอิสระ ข้าพเจ้าขอถอดถอนคำสาบาน คำสัญญา คำอธิฐานติดตามคู่ ข้าพเจ้าขอถอดถอน ณ บัดนี้...☸️

🙏🙏 " คำอธิฐาน ขอมีดวงตาเห็นธรรมในพุทธศาสนา " 🙏🙏

🙏" ...ข้าพเจ้า นายปพนสรรค์ ฤทธิเดช ขออำนาจพลังทิพย์ พลังธรรม พลังจักรวาล พลังฟ้าดิน พลังสุริยันจันทราดารารัศมี พลังบุญอันศักดิ์สิทธิ์ พลังเทพผู้ทรงฤทธิ์ใน ๑๖ ชั้นฟ้าทั้งฝ่ายโลกียะและฝ่ายโลกุตตระ สถิตอยู่ในทิศทั้งหลาย พลังพระโพธิสัตว์ พลังอริยสงฆ์เจ้า พลังพระธรรมเจ้า พลังพระปัจเจกพุทธเจ้า พลังพระพุทธเจ้า ทุกๆพระองค์ โปรดเวไนยสัตว์ แผ่พลังรัศมีธรรม ให้ข้าพเจ้าพ้นจากพระเวทย์อาคมคำสาปแช่งทั้งปวง หมดทุกข์ หมดโศก หมดโรค หมดภัย สัพพะเคราะห์วิบากกรรมอันใดที่ข้าพเจ้าเคยกระทำมาทุกชาติทุกภพจงพินาศสูญไป...หากแม้เป็นกรรมที่ต้องชดใช้หนีไม่พ้น เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าสูญเสียสติสัมปชัญญะจำตัวเองไม่ได้ก็ขออย่าได้กระทำกรรมเหตุแห่ง "อนันตริยกรรม"...ด้วยบุญบารมีที่ข้าพเจ้าบำเพ็ญเพียรถือพรตมาอย่างวิริยอุตสาหะทุกชาติทุกภพ ขอจงมาช่วยประคับประคองให้ข้าพเจ้าค้นพบความจริงแห่งชีวิต มองเห็นสัจธรรม มีดวงตาเห็นธรรม เข้าใจในอริยสัจ ๔ หลุดพ้นจากบ่วงแห่งวัฏสงสาร ข้ามพ้นจากโลกิยธรรมสู่โลกุตตรธรรม เข้าถึงวิมุตติสุข สู่ห้วงแห่ง มรรค ผล นิพพาน นวโลกุตรธรรม ในที่ทุกๆสถาน ในกาลทุกเมื่อเทอญ ... "🙏.:

วันที่ ๒๒-๒๘ พฤษจิกายน ๒๕๖๘ ...     มือถือ แค่ไว้ถ่ายรูป ธนบัตร ไม่มีที่จ่าย เงินไม่มีความหมาย ไม่ต่างไร ไปจากกลียุค หรื...
26/12/2025

วันที่ ๒๒-๒๘ พฤษจิกายน ๒๕๖๘ ...
มือถือ แค่ไว้ถ่ายรูป ธนบัตร ไม่มีที่จ่าย เงินไม่มีความหมาย ไม่ต่างไร ไปจากกลียุค หรือวันสิ้นโลก..:

"น้ำท่วม"

ฝนหยุดริน สิ้นหยด ฟ้าสดใส
น้ำป่าไหลไปสู่ หมู่น้องพี่
ท่วมบ้านคน ทนเศร้า เหงามากมี
คนหลบลี้ หนีน้ำ ระกำใจ

น้ำไหลแรง แดงข้น สีหม่นหมอง
ล้นจากคลอง สองฝั่ง หลั่งรินไหล
ท่วมบ้านเรือน เพื่อนพี่ จำหนีไกล
ทิ้งบ้านไว้ ใต้ธาร สงสารคน

ขึ้นที่สูง จูงลูก ผูกแขนหลาน
ขาดอาหาร ปานจิต จะปลิดหล่น
ลูกน้อยร้อง ก้องดัง ทำกังวล
แม้นมืดมน ทนอยู่ ฝืนสู้ไป

ภัยพิบัติ ชัดช้ำ คอยย้ำโศก
วิปโยค เยือนย่ำ ทำหวั่นไหว
น้ำตารื้น ขื่นขม ตรมฤทัย
ปักธงชัย ได้ทุกข์ เข้าคลุกคลี

ผสานมือ ถือใจ เกี่ยวให้มั่น
ร้อยรวมกัน เกลื้อกูล พูลสุขี
ซับน้ำตา ชาวไทย ด้วยไมตรี
ข้ามวารี สีหม่น พาพ้นภัย ...:

...การผุพังอยู่กับที่ หมายถึง การที่หินผุพังทำลายลงด้วยกรรมวิธีต่างๆ จากลมฟ้าอากาศกับน้ำฝน รวมทั้งการกระทำของต้นไม้กับแบ...
19/04/2024

...การผุพังอยู่กับที่ หมายถึง การที่หินผุพังทำลายลงด้วยกรรมวิธีต่างๆ จากลมฟ้าอากาศกับน้ำฝน รวมทั้งการกระทำของต้นไม้กับแบคทีเรียตลอดจนการแตกตัวทางกลศาสตร์ มีการเพิ่ม-ลดอุณหภูมิสลับกัน เป็นต้น สาเหตุของการผุพังอยู่กับที่ ได้แก่ ความร้อน ความเย็น น้ำ น้ำแข็ง แก๊สออกซิเจน และ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ในชั้นบรรยากาศ ปรากฎการเช่นนี้ มีเกิดขึ้นอยู่ทั่วโลก...
🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹
...ก็เข้าใจกันอยู่ดี และ ชาวพุทธ ก็มิได้งมงาย แต่สิ่งนี้คือสมมุติเจดีย์ สิ่งที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เพื่อระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า คุณของพระธรรม คุณของพระสงฆ์
พุทโธ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ผู้นำพาชาวโลกให้พ้นจากทุกข์ หนทางแห่งการพ้นทุกข์ มี ๔ อย่าง คือ...
🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹
🙏 ...อริยสัจ ๔...🙏
๑.ทุกข์ คือ สภาพที่ทนได้ยาก ภาวะที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ สภาพที่บีบคั้น ได้แก่ ชาติ ( การเกิด ) ชรา ( การแก่ การเก่า ) มรณะ ( การตาย การสลายไป การสูญสิ้น ) การประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก การปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่สมหวังในสิ่งนั้น กล่าวโดยย่อ ทุกข์ก็คืออุปาทานขันธ์ หรือขันธ์ ๕...
๒.สมุทัย คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ได้แก่ ตัณหา ๓ คือ กามตัณหา-ความทะยานอยากในกาม ความอยากได้ทางกามารมณ์, ภวตัณหา-ความทะยานอยากในภพ ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่ ความอยากที่ประกอบด้วยภวทิฏฐิหรือสัสสตทิฏฐิ และ วิภวตัณหา-ความทะยานอยากในความปราศจากภพ ความอยากไม่เป็นโน่นเป็นนี่ ความอยากที่ประกอบด้วยวิภวทิฏฐิหรืออุจเฉททิฏฐิ...
๓.นิโรธ คือ ความดับทุกข์ ได้แก่ ดับสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ กล่าวคือ ดับตัณหาทั้ง ๓ ได้อย่างสิ้นเชิง...
๔.มรรค คือ แนวปฏิบัติที่นำไปสู่หรือนำไปถึงความดับทุกข์ มีองค์ประกอบอยู่แปดประการ คือ ๑. สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ ๒. สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ ๓. สัมมาวาจา เจรจาชอบ ๔. สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ ๕. สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ ๖. สัมมาวายามะ พยายามชอบ ๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ และ ๘. สัมมาสมาธิ ตั้งใจชอบ ซึ่งรวมเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า " มัชฌิมาปฏิปทา " หรือทางสายกลาง...
มรรคมีองค์แปดนี้สรุปลงในไตรสิกขา ได้ดังนี้ ๑. อธิสีลสิกขา ได้แก่ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ ๒. อธิจิตสิกขา ได้แก่ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ และ ๓. อธิปัญญาสิกขา ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ และสัมมาสังกัปปะ...🙏
🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹
🙏"...เย ธมฺมา เหตุปฺปพฺภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต
เตสญฺจโย นิโรโส จ เอวํ วาที มหาสมโณ..."🙏
ธรรมทั้งหลายเกิดแต่เหตุ พระคถาคตเจ้าทรงตรัสเหตุของธรรมเหล่านั้น และความดับเหตุของธรรมเหล่านั้น พระมหาสมณเจ้าทรงตรัสอย่างนี้...🙏
🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹
...สิ่งที่ไม่ควรเชื่อ ๑๐ ประการ...
๑.มา อนุสฺสวเนน อย่าเพิ่งเชื่อโดยฟังตามกันมา
๒.มา ปรมฺปราย อย่าเพิ่งเชื่อโดยถือว่าเป็นของเก่าเล่าสืบๆ กันมา
๓.มา อิติกิราย อย่าเพิ่งเชื่อเพราะข่าวเล่าลือ
๔.มา ปิฏกสมฺปทาเนน อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างคัมภีร์หรือตำรา
๕.มา ตกฺกเหตุ อย่าเพิ่งเชื่อโดยคิดเดาเอาเอง
๖.มา นยเหตุ อย่าเพิ่งเชื่อโดยคิดคาดคะเนอนุมานเอา
๗.มา อาการปริวิตกฺเกน อย่าเพิ่งเชื่อโดยตรึกเอาตามอาการที่ปรากฏ
๘.มา ทิฎฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อย่าเพิ่งเชื่อเพราะเห็นว่าต้องกับความเห็นของตน
๙.มา ภพฺพรูปตา อย่าเพิ่งเชื่อว่าผู้พูดควรเชื่อได้
๑๐.มา สมโณ โน ครูติ อย่าเพิ่งเชื่อว่าผู้พูดนั้นเป็นครูของเรา
สรุปแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่าเพิ่งเชื่อ เพราะเหตุ ๑๐ ประการนี้...🙏..:
🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹

...๑ เมษายน ๒๕๖๗ บัดนี้พุทธชยันตีล่วงกึ่งพุทธกาลมาแล้ว ๖๗ ปี เนื่องจากความเชื่อโบราณว่าพระพุทธศาสนาจะดำรงค์อยู่ ๕๐๐๐ ปี ...
31/03/2024

...๑ เมษายน ๒๕๖๗ บัดนี้พุทธชยันตีล่วงกึ่งพุทธกาลมาแล้ว ๖๗ ปี เนื่องจากความเชื่อโบราณว่าพระพุทธศาสนาจะดำรงค์อยู่ ๕๐๐๐ ปี ตามพุทธทำนาย แล้วจักเสื่อมสลายลง ...ณ.เวลาปัจจุบันนี้ การดูแลรักษาพระพุทธศาสนา เป็นหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนทุกคน ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของนักบวชในศาสนาเพียงฝ่ายเดียว ครับ...

☸️...“ ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแห่งเราแล้ว เราขอเตือนเธอทั้งหลายให้จำมั่นไว้ว่า สิ่งทั้งปวงมีความเสื่อมและความสิ้นไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด "... ☸️
"....คนเราตายแล้วไปไหน ...."
"...สุคติ คือทางไปสู่ความดี มีมนุษย์ เทวดา พรหม นิพพาน
ทุคติ คือทางไปสู่ความชั่ว มีเดรัจฉาน เปรต อสุรกาย นรก
สุคติ และทุคติ เหตุอยู่ในภพนี้ ผลอยู่ในภพนี้ และภพหน้าด้วยการกระทำ หรือกรรมของตนเอง..."

🙏...๘ นรกขุมใหญ่ ๑๖ นรกขุมบริวาร ใครทำบาปอะไรไว้ เช็คที่อยู่ล่วงหน้าได้เลย ครับ ...
นรก เป็นคำแปลของศัพท์ว่านิรยะ ซึ่งแปลว่าภูมิคือภพที่ไร้ความสำราญไร้ความยินดี หรือไร้ความเจริญไร้ความสุข...
ลำพังคำว่า “นรก” แปลว่า “เหว” เท่านั้น แต่ใช้เป็นคำแปลนิรยะที่เข้าใจกันดี กล่าวโดยเนื้อความก็คือ ภูมิภพที่ไม่มีสิ่งอันเป็นที่น่ารักใคร่ปรารถนาพอใจเสียเลยทีเดียว ถ้าเป็นรูปก็เป็นรูปที่พึงเกลียดพึงชัง ถ้าเป็นเสียงก็เป็นเสียงที่พึงกลัว ถ้าเป็นกลิ่นก็เป็นกลิ่นที่พึงรังเกียจ ถ้าเป็นรสก็เป็นรสที่เป็นพิษแรงร้าย ถ้าเป็นสิ่งที่กายถูกต้องก็เป็นสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดรวดร้าว รวมความว่าล้วนเป็นสิ่งที่ไม่พึงยินดีพอใจ ไม่เป็นสิ่งที่สำราญตา หู เป็นต้น ทั้งสิ้น เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์แต่ส่วนเดียว...
ตามคติความคิดของอินเดียเก่าแก่ที่ติดมากล่าวว่า ลึกลงไปภายใต้แผ่นดินของจักรวาล โลกนี้เป็นที่ตั้งของนรกมากมาย เป็นสถานที่ทรมานสัตว์ผู้ทำบาปต่างๆ ซึ่งไปบังเกิดรับการทรมานภายหลังจากที่ตายไปแล้ว คำว่า นรก แปลว่า เหว ในภาษาบาลีมักเรียกว่า “นิรยะ” แปลว่า สถานที่ที่ไม่มีความเจริญ คือไม่มีสุข มีแต่ทุกข์ทรมาน คำว่า นิรยะ หรือ นรก ใช้หมายถึงสถานที่ทรมานสัตว์ทำบาปดังกล่าวเช่นเดียวกัน...🙏

🙏...นรกที่เป็นขุมใหญ่มีกล่าวไว้ในสังกิจจชาดก เป็นต้น ว่ามี ๘ คือ...🙏
๑. สัญชีวะ แปลว่า คืนชีวิตขึ้นเอง คือ สัตว์นรกในขุมนี้ถูกตัดเป็นท่อนเล็กท่อนใหญ่ แล้วก็กลับคืนชีวิตขึ้นมาเองอีก รับการทรมานอยู่ร่ำไป
ในคัมภีร์มหายานของทิเบตแสดงว่า นรกขุมนี้สำหรับบาปที่ทำฆาตกรรมตนเอง ทำฆาตกรรมผู้อื่น หมอที่ทอดทิ้งฆ่าคนไข้ของตน ผู้จัดการทรัพย์มรดกที่คดโกง และผู้ปกครองที่โหดร้าย เบียดเบียนประชาชน...
๒. กาฬสุตตะ แปลว่า เส้นดำ คือสัตว์นรกในขุมนี้ถูกขีดเป็นเส้นดำที่ร่างกาย เหมือนอย่างตีเส้นที่ต้นซุงเพื่อจะเลื่อย แล้วถูกผ่าด้วยขวานเป็น ๘ เสี่ยง ๑๖ เสี่ยง
แต่ตามคัมภีร์ทิเบตกล่าวว่า ถูกเลื่อยด้วยเลื่อย และกล่าวการลงโทษอีกอย่างหนึ่ง คือ ลากลิ้นออกมาตอกและไถด้วยไถเหล็กแหลมเป็นจักๆ สำหรับบาปที่พูดส่อเสียด ยุยงให้เขาแตกกัน และเข้าไปยุ่งเกี่ยวขัดขวางกิจการของผู้อื่น และแสดงโดยทั่วไปว่า นรกขุมนี้สำหรับบาปที่แสดงความไม่นับถือ ลบหลู่ดูหมิ่นมารดา บิดา พระรัตนตรัย หรือพระศาสนา...
๓. สังฆาฏะ แปลว่า กระทบกัน คือ มีภูเขาเหล็กคราวละ ๒ ลูก จากทิศที่ตรงกันข้าม เลื่อนเข้ามากระทบกันเอง บดสัตว์นรกให้ร่างแหลกละเอียดจาก ๔ ทิศ ก็เป็นภูเขา ๔ ลูกเลื่อนเข้ามากระทบกันตลอดเวลา
ในคัมภีร์มหายานของทิเบตกล่าวว่า ภูเขามีศีรษะเป็นสัตว์หรือเป็นเหล็กใหญ่รูปอย่างหนังสือ เลื่อนเข้ามา บดขยี้สัตว์เช่นเดียวกัน และกล่าวว่านรกขุมนี้สำหรับพวกพระ คฤหัสถ์ และคนที่ไม่เชื่อในศาสนา ซึ่งลบหลู่ดูหมิ่นหรือทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของพระคัมภีร์ และสำหรับพวกพระที่สะสมเงินเป็นก้อน ซึ่งพวกตนไม่ได้ประกอบการงาน และแสดงการทรมานอีกอย่างหนึ่ง คือ บดตำในครกเหล็ก ตีบนทั่งเหล็ก สำหรับทรมานผู้ทำโจรกรรม ผู้ที่มีสันดานร้ายกาจ ด้วยความโกรธริษยา โลภอยากได้ ผู้ที่ใช้เครื่องชั่งตวงวัดโกง และผู้ที่ทิ้งขยะมูลฝอยหรือสัตว์ตาย ลงในถนนหนทางสาธารณะ...
๔. โรรุวะ แปลว่า ร้องครวญคราง คือ มีเปลวไฟเข้าไปทางทวารทั้ง ๙ เผาไหม้ในสรีระ จึงร้องครวญครางเพราะเปลวไฟ (ชาลโรรุวะ) บางพวกถูกหมอกควันด่าง(กรด) เข้าไปละลายสรีระ จนละเอียดเหมือนแป้ง จึงร้องครวญครางเพราะหมอกควัน (ธูมโรรุวะ)
ในคัมภีร์ทิเบตกล่าวว่า กรอกน้ำเหล็กแดงอันร้อนแรงทางปาก ผ่านลำคอลงไป สำหรับบาปที่กั้นปิดทางน้ำเพื่อประโยชน์ของตน แช่งด่าดินฟ้าอากาศ ทำลายพืชพันธุ์ธัญญาหารให้เสียหาย...
๕. มหาโรรุวะ แปลว่า ร้องครวญครางมาก คือเป็นที่ทุกข์ทรมานยิ่งกว่าข้อ ๔ ในคัมภีร์ทิเบตกล่าวว่า สำหรับพาหิรชน คนบาปหนา...
๖. ตาปนะ แปลว่า ร้อน ได้แก่ให้นั่งเสียบตรึงไว้ด้วยหลาวเหล็กบนแผ่นดินเหล็กแดงลุกเป็นไฟร้อนแรง บ้างก็ถูกต้อนขึ้นไปบนภูเขาเหล็กแดงเป็นไฟลุกโพลง ถูกพัดตกลงมาถูกเสียบด้วยหลาวเหล็กที่โผล่ขึ้นมาจากแผ่นดินเหล็กแดง
ในคัมภีร์ทิเบตกล่าวว่า ถูกขังอยู่ในห้องเหล็กแดง เป็นไฟร้อนแรง สำหรับบาปที่ปิ้งทอดหรือเสียบสัตว์ปิ้งเป็นอาหาร...
๗. ปตาปนะ แปลว่า ร้อนสูงมาก คือ เป็นที่ทุกข์ทรมานยิ่งกว่าข้อ ๖
ในคัมภีร์ทิเบตกล่าวว่า ถูกทิ่มแทงด้วยหอกสามง่ามล้มกลิ้งลงไปบนพื้นเหล็กแดงอันร้อนแรง สำหรับบาปที่ละทิ้งพระศาสนา(เลิกนับถือ) หรือปฏิเสธความจริง...
๘. อวีจิ แปลว่า ไม่มีระหว่าง คือ ไม่เว้นว่าง บางทีเรียก มหาอวีจิ แปลว่า อเวจีใหญ่ ภาษาไทยมักเรียกว่า อเวจี เปลวไฟนรกในนรกขุมนี้ลุกโพลงเต็มทั่วไปหมด ไม่มีระหว่างหรือเว้นว่าง สัตว์นรกในขุมนี้ก็แน่นขนัดเหมือนยัดทะนาน ไม่มีระหว่างหรือเว้นว่าง แต่ก็ไม่เบียดเสียดกันอย่างวัตถุ ต่างถูกไฟไหม้อยู่ที่เฉพาะตนๆ และความทุกข์ทรมานของสัตว์นรกขุมนี้ ก็บังเกิดขึ้นสืบเนื่องกันไป ไม่มีระหว่างหรือเว้นว่าง ฉะนั้น จึงเรียกว่า อวีจิ หรือ อเวจี ซึ่งมีคำแปลดังกล่าว...🙏
🙏...ในคัมภีร์ทางทิเบต กล่าวว่า สำหรับบาปที่ถือว่าเป็นอุกฤษฎ์ โทษตามลัทธิลามะ แต่ฝ่ายเถรวาทแสดงว่าสำหรับบาปที่เป็นอนันตริยกรรม
นรกใหญ่ทั้ง ๘ ขุมนี้ ใน สังกิจจชาดก เป็นต้น เรียง “อวีจิ” ไว้หน้า “ตาปนะ” แต่ในที่อื่นเช่นในไตรภูมิพระร่วง แสดงอวีจิ ไว้เป็นที่สุด และกล่าวว่าอยู่ซ้อนไปตามลำดับ “สัญชีวะ” อยู่เบื้องบนที่สุด และอยู่ใต้กันลงไปจนถึงอเวจี อยู่ใต้ที่สุด
เครื่องทรมานในนรกใหญ่ทั้ง ๘ ขุมดังกล่าว มีเหล็ก เช่น พื้นแผ่นดินเหล็กและเครื่องอาวุธเหล็กต่างๆ มีไฟ คือ เหล็กนั่นแหละลุกเป็นไฟร้อนแรง มีภูเขาเหล็กที่กลิ้งมาบด และมีหมอกควันชนิดเป็นกรด หรือด่าง ในขุมนรกที่ ๑ และที่ ๒ มีนายนิรยบาล แปลว่า ผู้รักษานรก ไทยเรียกว่า ยมบาล เป็นผู้ทำการทรมานสัตว์นรกแต่นรกขุมที่ลึกลงไปกว่านั้น ในอรรถกถาสังกิจจชาดกไม่ได้กล่าวถึงนายนิรยบาล กล่าวถึงไฟ เหล็ก เช่น เครื่องอาวุธต่างๆ เป็นต้น บังเกิดขึ้นทรมานสัตว์นรกเอง
อนึ่ง มีแสดงไว้ว่า นรกใหญ่ทั้ง ๘ ขุม มีนรกเล็กบริวารใน ๔ ด้าน ด้านละ ๔ ขุม รวม ๑๖ ขุม รวมนรกบริวารของนรกใหญ่ทั้ง ๘ ขุม ได้ ๑๒๘ ขุม รวมนรกใหญ่อีก ๘ ขุมเ ป็น ๑๓๖ ขุม...🙏

🙏...นรกบริวาร ในไตรภูมิพระร่วงเรียกว่าฝูงนรกบ่าว ในเนมิราชชาดก กล่าวว่า พระมาตลี เทพสารถีนำพระเจ้าเนมิราช พระราชาครองนครมิถิลา ในแคว้นวิเทหรัฐ ไปเที่ยวดูนรกบริวาร ๑๖ ขุม ซึ่งอยู่ล้อมรอบสัญชีวนรก อันเป็นนรกใหญ่ขุมที่ ๑ มีชื่อดังต่อไปนี้...🙏
๑. เวตรณีนรก แปลว่า แม่น้ำเวตรณี แปลว่า ข้ามยาก คือแม่น้ำด่างที่ร้อนเดือดพล่าน เรียกว่า เวตรณีบัวและสิ่งต่างๆ ในแม่น้ำนั้นเป็นอาวุธทั้งสิ้น นายนิรยบาลตกเบ็ดสัตว์นรกอีกด้วย สำหรับบาปที่ประกอบกรรมหยาบช้า เบียดเบียนผู้ที่อ่อนกำลังกว่า...
๒.สุนขนรก แปลว่า นรกสุนัข คือฝูงสุนัขขาว แดง ดำ เหลือง และฝูงแร้งกา กลุ้มรุมกัด ตี จิกทรมาน สำหรับบาปที่กล่าวคำร้ายด่าว่าสมณพราหมณ์และท่านผู้มีคุณ
๓. สัญโชตินรก แปลว่า นรกไฟโพลง คือ สัตว์นรกในขุมนี้มีสรีระลุกเป็นไฟโพลงแผดเผาทั้งถูกทรมานต่างๆ สำหรับบาปที่ประกอบกรรมหยาบช้า เบียดเบียนบุรุษสตรีที่เป็นคนดีมีศีลธรรม ไม่มีความผิด...
๔. อังคารกาสุนรก แปลว่า นรกหลุมถ่านเพลิง คือตกลงไปไหม้ทรมานในหลุมถ่านเพลิง สำหรับบาปที่ฉ้อโกง เบียดบัง ถือเอาทรัพย์ที่เขาบริจาคเพื่อการกุศล หรือชักชวนให้เขาบริจาคอ้างว่าเพื่อเป็นการกุศล ได้ทรัพย์มาแล้วถือเอาเสียเอง และสำหรับบาปที่เป็นหนี้ทรัพย์ผู้อื่นแล้วโกงหนี้นั้น...
๕. โลหกุมภีนรก แปลว่า นรกหม้อโลหะ ไทยเราเรียกว่า นรกหม้อทองแดง เป็นที่ตกลงไปไหม้ทรมาน สำหรับบาปที่ทุบตีเบียดเบียนสมณพราหมณ์ผู้มีศีล...
๖. คีวลุญจนรก แปลว่า นรกที่ดึงคอให้หลุด คือ เอาเชือกพันคอจุ่มลงไปในน้ำร้อนในหม้อทองแดงให้คอหลุดทรมาน สำหรับบาปที่ประกอบกรรมหยาบช้า เบียดเบียนทำลายหมู่เนื้อนก (นรกขุมนี้ในไตรภูมิพระร่วงเรียกโลหกุมภีเหมือนกัน)...
๗. ถุสปลาสนรก แปลว่า นรกข้าวลีบและแกลบ คือสัตว์นรกขุมนี้ลงไปวักน้ำในแม่น้ำนรกดื่มด้วยความกระหาย น้ำที่ดื่มเข้าไปก็เป็นข้าวลีบและแกลบไฟ ไหม้ร่างกายทั้งหมด เป็นการทรมาน สำหรับบาปที่เอาข้าวลีบแกลบหรือฟางปนข้าวเปลือกลวงขายว่าข้าวดี (เอาข้าวสารไม่ดีปนข้าวดีลวงขายว่าข้าวดี ก็น่าจะอยู่ในนรกขุมนี้)...
๘. สัตติหตสยนรก แปลว่า นรกที่แทงด้วยหอกจนล้มลง คือ สัตว์นรกในขุมนี้ถูกแทงด้วยอาวุธต่างๆ จนตัวพรุนอย่างใบไม้เก่า สำหรับบาปที่ประกอบกรรมมิชอบ เลี้ยงชีวิตด้วยอทินนาทานต่างๆ มีปล้นสะดม ขโมย ฉ้อโกง ทุจริต เบียดบัง เป็นต้น...
๙. วิลตกนรก แปลว่า นรกแล่เนื้อ คือแล่เนื้อสัตว์นรกออกเป็นชิ้นๆ สำหรับบาปที่ประกอบกรรมหยาบช้า ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต...
๑๐. ปุราณมิฬหนรก แปลว่า นรกมูตรคูถหรือนรกอาจมเก่า คือสัตว์นรกในขุมนี้กินอาจมเก่าที่เหม็นนักหนา และลุกเป็นควันหรือเป็นไฟร้อนแรง สำหรับบาปที่ประทุษร้ายเบียดเบียนมิตรสหาย หรืออาศัยกินข้าวเขาแล้วยังขู่เอาทรัพย์ของเขา หรือเจ้าหน้าที่ขูดรีด...
๑๑. โลหิตปุพพนรก แปลว่า นรกน้ำเลือดน้ำหนอง คือ สัตว์นรกในขุมนี้อยู่ในแม่น้ำแห่งเลือดและหนอง หิวกระหาย กินน้ำเลือดน้ำหนองซึ่งร้อนเป็นไฟเข้าไปลวกไหม้ทรมาน สำหรับบาปที่ทำร้ายมารดาบิดา และท่านที่มีคุณควรกราบไหว้บูชาทั้งหลาย...
๑๒. อยพลิสนรก แปลว่า นรกเบ็ดเหล็ก (หรือเรียกว่าโลหพลิสนรก) คือสัตว์นรกในขุมนี้ถูกเบ็ดเหล็กร้อนแดง เกี่ยวลิ้นลากออกมาให้ล้มไปทรมานบนพื้นเหล็กแดงแรงร้อน สำหรับบาปที่กดราคาของซื้อ โก่งราคาของขายเกินควร และใช้วิธีชั่งตวงวัดคดโกงด้วยโลภเจตนา...
๑๓. อุทธังปาทนรก แปลว่า นรกที่จับเท้ายกขึ้นเบื้องบน ทิ้งลงไปให้จมฝังลงไปแค่สะเอว แล้วยังมีภูเขากลิ้งจากทิศทั้ง ๔ มาบดทรมาน เป็นนรกสำหรับสตรีที่นอกใจสามี เป็นชู้ด้วยชายอื่น (นรกแยกเพศเฉพาะหญิง)...
๑๔. อวังสิรนรก แปลว่า นรกที่จับศีรษะห้อยลงเบื้องต่ำ ทิ้งลงไปให้ไหม้ทรมานเช่นเดียวกัน เป็นนรกสำหรับบุรุษที่เป็นชู้ด้วยภรรยาของคนอื่น (นรกแยกเพศเฉพาะชาย)...
๑๕. โลหสิมพลีนรก แปลว่า นรกต้นงิ้วเหล็ก คือ สัตว์นรกในขุมนี้ต้องปีนต้นงิ้วเหล็ก มีหนามเหล็กแหลมแดงเป็นเปลวไฟร้อนแรง สำหรับบาปผิดศีลข้อ ๓ ทั้งชายและหญิง (นรกสหเพศ หรือสหนรก)...
๑๖. ปจนนรก แปลว่านรกหมกไหม้ (หรือเรียกว่ามิจฉาทิฏฐินรก) คือสัตว์นรกในขุมนี้ต้องถูกหมกไหม้และถูกทิ่มแทงทรมาน สำหรับบาปที่เป็นมิจฉาทิฏฐิคือเห็นผิดว่าผลทานผลศีลไม่มี ผลกรรมดีกรรมชั่วไม่มี คุณมารดาบิดาไม่มี คุณสมณพราหมณ์ไม่มี เป็นต้น...
นรก ๑๖ ขุมนี้มีในไตรภูมิพระร่วง ส่วนในเนมิราชชาดกมีเพียง ๑๕ ขุม เว้น นรกสหเพศ (ขุมที่ ๑๕) ขาดไปก็ดูไม่เป็นไร เพราะมีนรกแยกเพศอยู่แล้ว จึงยังมีที่สำหรับผู้ผิดศีลข้อ ๓ ไปได้อยู่ เป็นแต่ต้องแยกกันอยู่คนละแห่ง...
นรกทั้ง ๑๖ ขุมนี้ ท่านว่ายัดเยียดเบียดเสียดเต็มไปด้วยสัตว์นรก จึงเรียกว่า อุสสทนรก แปลว่า นรกยัดเยียดเบียดเสียด เป็นนรกบริวารซึ่งอยู่ ๔ ด้านของสัญชีวนรก ซึ่งเป็นนรกใหญ่ขุมที่ ๑ มีนายนิรยบาลเป็นผู้ทำหน้าที่ทรมานประจำอยู่ทุกขุม เป็นจำพวกนรกร้อนเช่นเดียวกัน ส่วนนรกบริวารของนรกใหญ่อีก ๗ ขุม ยังไม่พบแสดงไว้...
นอกจากนี้ ยังกล่าวว่ามีนรกอนุบริวารถัดออกไปอยู่รอบนอกของนรกบริวารทั้ง ๑๖ นั้นอีกมากมาย และเป็นธรรมดาของสัตว์นรกทั้งปวงที่ถูกทรมานอยู่ในนรกจะไม่ตาย รับการทรมานต่อไปจนกว่าจะสิ้นกรรม ดั่งคำที่เรียกว่า สัญชีวะ (แต่พระอาจารย์อธิบายว่าตายแล้วเป็นขึ้นทันที ส่วนชั้นบาลีว่าไม่ตายจนกว่าจะสิ้นกรรม)..:☸️

ในวันที่เราไม่สบายใจ คิดอะไรไม่ค่อยออก เจออะไรในชีวิตที่หนักๆมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาเล่าเรียนที่ไม่มีที่สิ้นสุดอย่...
10/01/2024

ในวันที่เราไม่สบายใจ คิดอะไรไม่ค่อยออก เจออะไรในชีวิตที่หนักๆมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาเล่าเรียนที่ไม่มีที่สิ้นสุดอย่างมหาลัยชีวิต การทำงาน ความรัก ครอบครัว หรือปัญหาส่วนตัวที่ยังแก้ไม่ตก ชีวิตสับสนวุ่นวาย มองไปทางไหนก็เจอแต่ปัญหาทางตัน เจอแต่ตึกสูง การจราจรติดขัด หลายครั้งที่คนเรามักจะเกิด “ ความเครียด ” โดยที่ไม่รู้ตัว เปรียบเสมือนศัตรูตัวร้ายที่เข้ามาทักทาย ...จริงๆชีวิตคนเราก็เหมือนสายน้ำ มีทางออกเสมอ ไม่ว่าจะเจออุปสรรคมาขีดขวางขนาดไหน ยังไหลซึมได้ตลอด เพียงแต่เรามองไม่เห็นทางที่จะไป แค่นั่นเอง

เมื่อเราเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้เราจึงควรจะสะกดจิตตัวเองด้วยคำว่า
" จงอย่าเครียด จงปล่อยวาง จงมีความสุข จงมีสติ จงมีสมาธิ จงมีความว่างเปล่าในใจ จงพร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ "

ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ ดังนั้นเราต้องพึงพาธรรมชาติมาเป็นตัวช่วยบำบัด จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะร่างกายของเราตอนนี้ อาจกำลังต้องการความสดชื่นของต้นไม้ กลิ่นไอดินของภูเขา กลิ่นน้ำในลำธาร ได้ยินเสียงน้ำไหลจากลำห้วย ความสงบเย็นตา เมื่อเห็นทะเลที่ทอดยาว และความเย็นสบายๆจากลมที่พัดมาเบาๆ เสียงคลื่นซัดทราย เหมือนใจคนที่ล่องลอย ต้องมีที่พักพิง เหมือนกับคำพูดที่บอกว่า เวลาจะช่วยเยียวยา แต่สำหรับกระผมคิดว่า “...ธรรมชาติจะเยียวยาคุณเอง..."

เริ่มจาก การออกไปในพื้นที่สีเขียว สูดอากาศดีๆเข้าปอด ใช้เท้าสัมผัสกับพื้นหญ้าเบาๆ ค่อยๆย่างก้าว จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีขึ้น ในระยะยาวสามารถลดภาวะซึมเศร้า อาการวิตกกังวล โรคหัวใจ ไปจนถึงไมเกรนได้ด้วย

ต่อด้วย...การฝึกลมหายใจเข้าออก หายใจเข้าลึกๆยาวๆช้าๆ ...หายใจออกลึกๆยาวๆช้าๆ ทำซ้ำๆหลายรอบ จนรู้สึกสบายใจโล่ง...วิธีนี้ดีต่อระบบประสาทสัมผัส สมองจะโล่งสบาย ผ่อนคลาย ทำให้จิตใจสงบ มีสมาธิ มีสติ รับมือกับสิ่งต่างๆได้อย่างดี วิธีนี้สามารถปฏิบัติได้ทุกที่ ทุกเวลา และทำได้กับทุกคน...:

นมัสการพระแก้วมรกต สาธุ.:..ก่อนพ่อตาย พ่อเคยบอกว่า ถ้าพ่อตายไม่ต้องสวดอภิธรรมนะ ผมถามว่า ทำไมไม่สวดหล่ะ.....พ่อบอกว่า สว...
16/10/2023

นมัสการพระแก้วมรกต สาธุ.:
..ก่อนพ่อตาย พ่อเคยบอกว่า ถ้าพ่อตายไม่ต้องสวดอภิธรรมนะ ผมถามว่า ทำไมไม่สวดหล่ะ.....พ่อบอกว่า สวดอภิธรรมคือการสวดเพื่อให้คนเป็นได้รู้จักธรรมมะ ได้สำนึกการใช้ชีวิตว่าอย่าประมาท แต่สมัยนี้ ต่อให้สวด 100 วันก็ไปนั่งคุยกัน ก้มหน้าดูแต่โทรศัพท์ สู้ให้พระท่านพักผ่อนดีกว่า หรือถ้าขัดไม่ได้จริงๆคือสวดแค่1 คืน แล้วเผาเลย.....ผมถามต่อว่าแล้ว อย่างนี้ลูกหลานจะมาทันเผาหรือ?
พ่อบอกว่าการเผาศพ นั้นเป็นหน้าที่ของสัปเหร่อ ส่วน ลูก หลาน ญาติพี่น้องคือผู้ร่วมพิธี และถ้าเขาคิดถึงเราให้มาหาตอนยังไม่ตาย ตอนที่พ่อมีชีวิตอยู่จะได้รู้สึกถึงความรักและกตัญญูของลูกหลาน ของญาติพี่น้องพอได้ชื่นใจบ้าง.....แต่หากตายแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมาก็ได้ ลำบากกันเปล่าๆ มีอะไรที่จำเป็นต้องทำ ก็ทำต่อไป และการมางาน คนอยู่ก็ต้องลำบากเตรียมการดูแลต้อนรับอีก.....ผมยังสงสัย... แล้วคนที่เราเคยไปช่วยงานเขาแล้วเขาอยากกลับมาช่วยงานเราคืนบ้างหล่ะ หรือคนที่รู้จักที่นับถือกันอยากมาร่วมทำบุญกับพ่อหล่ะ.....พ่อบอกว่า : เวลาที่เราทำบุญทำทาน ทำความดี อย่าหวังถึงสิ่งตอบแทน หรือคาดหวังว่าเขาต้องกลับมาตอบแทนเรา การทำบุญทำทาน ให้ทำตามกำลังเรา ให้แล้วคือการได้ฝึกทำจิตใจให้ละซึ่งกิเลส ความอยากต่างๆ และสำหรับคนที่รู้จัก อยากทำบุญร่วมกับพ่อ ก็ให้เขาเอาส่วนนั้น ทำกับพ่อแม่หรือบุพการี ถ้าไม่มีก็ไปทำบุญที่วัด หรือกับผู้ยากไร้ หรือที่ไหนก็ได้ ตามสะดวกของแต่ละคน แล้วจุดธูปอธิษฐานจิตบอกพ่อก็น่าจะได้.....และการอ่านประวัติ ก็ไม่จำเป็นต้องสรรหาคำมาบอกเล่าคุณความดีให้เสียเวลาเผา เดี๋ยวจะค่ำมืดกว่าจะได้เก็บกระดูก เพราะที่ผ่านมา และนับจากนี้ พ่อจะสร้างคุณค่า และความดีไว้กับแผ่นดิน ด้วยการปลูกต้นไม้ สร้างป่า และธรรมชาติ เป็นอนุสรณ์ให้บอกเล่าประวัติของพ่อเอง
ผมหมดคำถาม.....“สัจธรรม” ชีวิต 5 อย่าง
1. ไม่มีมิตรสหายใด จะยิ่งใหญ่เกินกว่า “ความรู้”
2. ไม่มีศัตรูใด จะยิ่งใหญ่เกินกว่า ”ความเจ็บไข้ได้ป่วย”
3. ไม่มีความรักใด จะยิ่งใหญ่เกินกว่า “ความรักของพ่อแม่”
4. ไม่มีอำนาจใดใด จะยิ่งใหญ่เกินกว่า ”กฏแห่งกรรม”
5. ไม่มีคุณงามความดี จะยิ่งใหญ่เกินกว่า ”ความกตัญญู-กตเวทิตา”
– เห็นทุกข์เห็นธรรม –...:

"...สถานที่ทุกๆสถานที่ เมืองทุกๆเมือง มีเจริญ มีเสื่อม ตามกาลเวลา..."..สรรพสิ่งล้วนแล้วแต่เหตุปัจจัย เหตุหลากหลายผลอนันต...
15/10/2023

"...สถานที่ทุกๆสถานที่ เมืองทุกๆเมือง มีเจริญ มีเสื่อม ตามกาลเวลา..."
..สรรพสิ่งล้วนแล้วแต่เหตุปัจจัย เหตุหลากหลายผลอนันต์ ...เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป หาแก่นสารไม่ได้ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ทุกคนทุกสรรพสิ่งคือภาพลวงตา
เพราะเรามองเห็นได้จากแสงสะท้อนเข้าหาโมเลกุล
เกิดการสั่น เปลี่ยนสถานะ ดูดและคายพลังงาน เปลี่ยนระดับพลังงานขึ้นลง
ไม่มีที่สิ้นสุด แม้ยามหลับ สิ่งมีชีวิตทุกรูปทุกนามคือ คลื่นแสง
แต่เพราะเราคิด เรานึก เราจึงดำรงอยู่
เพราะเรายังคงอยู่บนโลก ถูกกฏแรงโน้มถ่วงดึงดูด
เราจึงมีมวล มีน้ำหนัก เราจึงไม่ใช่อนัตตาอย่างแน่นอน...( ทุกคน อาจมีความคิด ที่แตกต่าง ไปจากคนอื่น ในชั่วระยะ เวลาหนึ่ง แต้ไม่อาจ ระบายออกมาได้ )

ที่อยู่

ถนน การเคหะ-คลองแห, คลองแห, หาดใหญ่, สงขลา
Hat Yai
90110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Mr.Paponsan Rittidetผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์