𝗽 𝘂 𝗿 𝗯 𝗶 𝗲

𝗽 𝘂 𝗿 𝗯 𝗶 𝗲 ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก 𝗽 𝘂 𝗿 𝗯 𝗶 𝗲, Mae Sot.

บาล์มน้ำมันงาธรรมชาติ 100% 🔶️ ใช้ดีสำหรับแผลกดทับและผู้ป่วยเบาหวาน 🔶️ ดูแลทุกปัญหาผิว ทั้งยุงกัด ผื่นคัน ผื่นผ้าอ้อม แผลถลอก ผิวไหม้จากแสงแดด ช่วยให้ฝ้ากระจางลง คืนความอ่อนวัยให้ผิว 👍 ปลอดภัยตั้งแต่วัย 👶 0+

“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป“พระปฐมบรมราชโองการพระบาทสมเด็จพระป...
04/05/2019

“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป“

พระปฐมบรมราชโองการ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงษ์

#พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

"น้ำ" มีประโยชน์มากกว่าที่คิดอย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆนะคะ ^^
27/11/2014

"น้ำ" มีประโยชน์มากกว่าที่คิด
อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆนะคะ ^^

ถ้าประโยชน์ของ "โยคะ" จะมากมายขนาดนี้ ไม่ฝึกไม่ได้แล้วล่ะค่ะ...ว่ามั๊ย? ^^
30/10/2014

ถ้าประโยชน์ของ "โยคะ" จะมากมายขนาดนี้
ไม่ฝึกไม่ได้แล้วล่ะค่ะ...ว่ามั๊ย? ^^

วันนี้เรานำเคล็ดลับ ลบรอยสิว จุดด่างดำ แบบธรรมชาติๆ มาฝากค่ะ ^^
14/10/2014

วันนี้เรานำเคล็ดลับ ลบรอยสิว จุดด่างดำ แบบธรรมชาติๆ มาฝากค่ะ ^^

05/10/2014
พรุ่งนี้ก็เริ่มล้างท้องเตรียมตัวกินเจกันแล้วเราก็เลยเอาข้อมูลดีๆมาให้ได้อ่านกันค่ะการปฏิบัติตนในช่วงกินเจช่วงเวลา 9 วันท...
22/09/2014

พรุ่งนี้ก็เริ่มล้างท้องเตรียมตัวกินเจกันแล้ว
เราก็เลยเอาข้อมูลดีๆมาให้ได้อ่านกันค่ะ

การปฏิบัติตนในช่วงกินเจ

ช่วงเวลา 9 วันที่กินเจนั้น ผู้ที่ต้องการเป็นผู้ถือศีลกินเจอย่างครบสมบูรณ์ตามประเพณี ต้องปฏิบัติตัวดังนี้
1. งดเว้นเนื้อสัตว์ และทำอันตรายต่อสัตว์
2. งดนม เนย และน้ำมันที่มาจากสัตว์
3. งดอาหารรสจัด ทั้งอาหารเผ็ด หวานจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด
4. งดผักหรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียว กุยช่าย รวมทั้งใบยาสูบ และของมึนเมาต่าง ๆ เพราะผักดังกล่าวนี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง นอกจากนี้ยังมีพิษคอยทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ
5. รักษาศีลห้า
6. ทำบุญทำทาน สำหรับคนที่เคร่งครัดจะนุ่งขาวห่มขาว
7. รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์
สำหรับผู้ที่เคร่งครัดมาก ๆ จะทานอาหารเฉพาะที่คนกินเจด้วยกันเป็นคนปรุงเท่านั้น รวมทั้งจะต้องล้างหม้อจนสะอาด แยกภาชนะสำหรับใส่เนื้อสัตว์ออก เพื่อปรุงอาหารเจเฉพาะ นอกจากนี้ยังจุดตะเกียงไว้ 9 ดวงตลอดช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน โดยไม่ปล่อยให้ดับ เพื่อเป็นพุทธบูชา และรำลึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ญาติพี่น้อง ตลอดจนผู้ที่มีบุญคุณต่อผืนแผ่นดินเกิด

ประโยชน์ของการกินเจ

การกินอาหารเจ นอกจากจะเป็นการถือศีลรักษาประเพณี และละเว้นชีวิตแล้ว ยังให้ประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้
1. ร่างกายสามารถขับถ่ายของเสียออกได้หมดทำให้ ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ภายใน เพราะสารอาหารจากพืชผักและผลไม้จะช่วยให้ระบบขับถ่ายและการย่อยเป็นปกติ
2. เมื่อรับประทานเป็นประจำ โลหิตจะถูกฟอกให้สะอาดขึ้นเรื่อย ๆ เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายเสื่อมสลายช้าลง ทำให้อายุยืนยาวมีผิวพรรณสดชื่นผ่องใส ร่างกายแข็งแรงรู้สึก มีสุขภาพดี
3. อวัยวะหลักสำคัญภายใน ได้แก่ หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด และอวัยวะประกอบคือ ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ กระเพาอาหาร ถุงน้ำดี แข็งแรงทำงานได้เป็นปกติสมบูรณ์
4. ร่างกายสามารถต้านทานต่อสารพิษต่าง ๆ ได้แก่ สารเคมี ยาฆ่าแมลง มลภาวะ และก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ในอุตสาหกรรม ไอเสียจากเครื่องจักร เครื่องยนต์ ซึ่งสารอาหารในพืชผัก จะช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายสามารถทนต่อการทำลายจากรังสีต่าง ๆ ได้
5. สามารถต้านทานสารพิษได้สูงกว่าคนปกติ ในบรรดาผู้ที่ทานเจมักไม่ปรากฎโรครุนแรงหรือเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคไต ฯลฯ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย ย่อยอาหารและทางเดินอาหาร เช่น โรคริดสีดวงทวาร มะเร็งในกระเพาะและลำไส้ โรคกระเพาะ อาหารไม่ย่อย โรคเหล่านี้จะไม่พบเลยในกลุ่มคนผู้ที่รับประทานอาหารเจ อาหารพืชผักและผลไม้เป็นประจำ
6.การกินเจทำให้เกิดความเมตตา เกิดความสงบสุขุม อารมณ์ไม่ฉุนเฉียว ไม่โมโหง่าย ซึ่งจะช่วยเกื้อกูลส่งเสริมให้บารมีธรรมสูงขึ้นเรื่อย ๆ
7.หยุดการสร้างบาป เวรกรรม ทำให้ไม่เกิดการอาฆาต พยาบาท จึงปราศจากศัตรูทั้งมนุษย์และสัตว์ที่คิดมุ่งทำร้ายตามจองเวร
การกินเจนอกจากจะช่วยซ่อมแซมร่างกายของตัวเองแล้ว ยังหยุดการเบียดเบียนผู้อื่น เป็นการสร้างกุศลอิ่มใจแล้วก็อิ่มบุญอีกต่อ ใครที่ไม่เคยกินเจ จะเริ่มในปีนี้ก็ไม่สายเกินไปนะคะ

ที่มา : kapook.com

วันนี้...วันภาษาไทยแห่งชาติเราสนับสนุนให้ทุกคนใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ทั้งการพูดและเขียน โดยเฉพาะการพิมพ์ข้อความในโลกโซเชี่...
29/07/2014

วันนี้...วันภาษาไทยแห่งชาติ

เราสนับสนุนให้ทุกคนใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ทั้งการพูดและเขียน
โดยเฉพาะการพิมพ์ข้อความในโลกโซเชี่ยลฯนะคะ ^^

ห่างหายไปนาน วันนี้เราเอาประโยชน์ดีๆจากการว่ายน้ำมาฝากค่ะ ^^หนุ่มๆสาวๆสาวก Twenties Something Collagen นอกจากจะสุขภาพผิว...
24/06/2014

ห่างหายไปนาน วันนี้เราเอาประโยชน์ดีๆจากการว่ายน้ำมาฝากค่ะ ^^

หนุ่มๆสาวๆสาวก Twenties Something Collagen
นอกจากจะสุขภาพผิวดีแล้ว ยังต้องดูแลสุขภาพให้ครบทุกส่วนด้วยนะคะ

คงพอจะทราบกันบ้างว่า การล้างสารพิษที่หมักหมมอยู่ในตัวให้ออกไปได้นั้น จะช่วยส่งผลทำให้ร่างกายแข็งแรง เลือดลมเดินสะดวก และ...
09/06/2014

คงพอจะทราบกันบ้างว่า การล้างสารพิษที่หมักหมมอยู่ในตัวให้ออกไปได้นั้น จะช่วยส่งผลทำให้ร่างกายแข็งแรง เลือดลมเดินสะดวก และถ้าทำเป็นประจำสม่ำเสมอแล้ว จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพและรักษาโรคได้ด้วย รู้แบบนี้แล้วจะมัวช้าอยู่ไย เลือกวันดีๆ ขึ้นมาสัก 1 วัน แล้วมาขจัดสารพิษในร่างกายกันเลยดีกว่า

หัวใจสำคัญของการล้างสารพิษใน 1 วัน ทำได้โดยที่คุณๆทั้งหลายจะต้องปฏิบัติตัวในการกินให้ได้แคลอรี่แค่ 800 กิโลแคลอรี่เท่านั้น เพื่อให้ระบบย่อยและตับได้พัก ต่อจากนั้นตับจะได้ขับสารพิษออกมาได้ และอาหารที่จะรับประทานในวันนั้นจะต้องไม่มีเนื้อสัตว์เข้ามาปะปนอย่างเด็ดขาด เมื่อเข้าใจกันดีแล้ว ต่อไปเรามาเข้าสู่กระบวนการล้างสารพิษกันเลย

1. เลือกผลไม้ที่คุณชอบมา 1 อย่าง เช่น มะละกอ ฝรั่ง แคนตาลูป แอปเปิ้ล ฝรั่ง ฯลฯ- ยกเว้นอยู่ 2 อย่าง คือ ทุเรียนกับสับปะรด เพราะทุเรียนมีแคลอรี่สูงเกินไปทำให้ย่อยยาก - เมื่อรับประทานแล้วจะเป็นภาระกับระบบย่อยอาหาร ส่วนสับปะรดก็มีกรดสูงมาก ถ้ากินบ่อยๆ ก็จะทำให้ท้องอืดได้

2. ให้รับประทานแต่ผลไม้ชนิดเดียวตลอดทั้งวัน โดยอาจจะปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ - เช่น ถ้าเลือกมะละกอก็อาจจะทานเป็นเนื้อมะละกอสุก หรือส้มตำที่ใส่เฉพาะมะละกอกับน้ำปลามะนาวเท่านั้น ไม่ใส่เครื่องประกอบอื่นอย่างเด็ดขาด

3. พอถึงมื้อกลางวันก็ให้รับประทานมะละกออีก- แต่อาจจะเปลี่ยนเป็นน้ำมะละกอปั่นใส่น้ำตาลน้อยที่สุดหรือน้ำมะละกอคั้นสดก็ได้

4. มื้อเย็นก็ยังต้องรับประทานมะละกออีกครั้งเป็นมื้อสุดท้ายของวัน - โดยอาจจะบีบมะนาวลงไปด้วยนิดหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติให้ไม่เลี่ยนจนเกินไป

5. วันรุ่งขึ้นก่อนที่จะเริ่มมื้อเช้า ก็ให้ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นประมาณ 2 ขวด - เพราะเมื่อเราล้างสารพิษ ตับจะขับสารพิษให้มารวมกันอยู่ที่ลำไส้เล็กส่วนต้น จึงต้องดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวเข้าไปกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว เพื่อให้สารพิษถูกดันออกมากับอุจจาระ หลังจากที่ดื่มน้ำอุ่นแล้วคุณจะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำทันที แต่ถ้าไม่มีการดื่มน้ำกระตุ้นและไปรับประทานอาหารเช้าเลย สารพิษก็จะถูกดูดกลับเข้าไปในกระแสเลือดเหมือนเดิม ทำให้การอดอาหารล้างพิษของเราเป็นอันต้องเสียเปล่าไป

ขั้นตอนการเตรียมน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาว
1. ขวดน้ำขนาด 1 ลิตร จำนวน 2 ขวด, มะนาว 4 ลูก, เกลือป่น 2 ช้อนชา แต่ห้ามใช้เกลือไอโอดีนเด็ดขาด
2. ใส่น้ำดื่มให้เต็มขวด บีบมะนาวลงไปในขวด ขวดละ 2 ลูก เติมเกลือ 1 ช้อนชา เขย่าให้เข้ากัน มะนาวจะไปกระตุ้นให้ลำไส้ทำงาน ส่วนเกลือก็จะช่วยอุ้มน้ำไว้ไม่ให้ถูกร่างกายดูดซึมไปหมด เพื่อน้ำจะได้เหลือไปจนถึงทวารหนักเพื่อขับอุจจาระต่อไป
3. หลังจากดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวเข้าไปประมาณ 10-20 นาที คุณจะรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ ไม่ต้องตกใจนั่นคืออาการปกติ
4. หลังจากถ่ายท้องเรียบร้อยแล้ว ก็รับประทานอาหารเช้าได้ตามปกติ เห็นมั้ยล่ะคะว่า วิธีล้างสารพิษด้วยตัวคุณเองทำได้ง่ายนิดเดียว และถ้าจะให้กระบวนการล้างสารพิษมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นก็ควรทำเป็นประจำสัก 1 ครั้ง / 2 สัปดาห์

ข้อมูล : bloggang.com
รูปภาพ : detox.igetweb.com
ที่มา : Sanook.com

ตื่นแล้วดื่มเลย! ^^
06/06/2014

ตื่นแล้วดื่มเลย! ^^

ช่วงนี้แดดแรงแบบจริงจัง ดำแดดกันแบบจริง-จริงวันนี้มาดูวิธีแก้ผิวคล้ำแบบเร่งด่วนกันดีกว่าค่ะ ^^
03/06/2014

ช่วงนี้แดดแรงแบบจริงจัง ดำแดดกันแบบจริง-จริง
วันนี้มาดูวิธีแก้ผิวคล้ำแบบเร่งด่วนกันดีกว่าค่ะ ^^

อากาศร้อนอย่างนี้ แน่นอนว่ามีผลกระทบต่อผิวหนังของเราโดยตรง ไม่ว่าจะปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวแดงหรือไหม้ ไปจนถึงปัญหามะเร็งผิ...
21/05/2014

อากาศร้อนอย่างนี้ แน่นอนว่ามีผลกระทบต่อผิวหนังของเราโดยตรง ไม่ว่าจะปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวแดงหรือไหม้ ไปจนถึงปัญหามะเร็งผิวหนัง หลายคนจึงมักเลือกใช้ครีมกันแดดที่ช่วยบำรุงผิวและป้องกันแดดได้ แต่นอกจากครีมกันแดดแล้ว "ใครจะรู้ว่าอาหารก็ช่วยต้านแดดได้เช่นกัน"

ศูนย์สมุนไพรพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยว่าที่ผ่านมา มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถยืนยันได้ว่า การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยต่อต้านแสงแดดได้ดี และป้องกันผิวไหม้ได้ด้วย โดยเฉพาะอาหารที่มีเบต้าแคโรทีนที่พบในผักใบเขียว แครอท พริก พริกหยวก และผลไม้สีเหลืองอย่างมะม่วง แตงโม แต่ต้องทานอย่างน้อย 10 สัปดาห์ขึ้นไป

นอกจากนี้ อาหารที่มีสารไลโคปีน สารอีกตัวหนึ่งในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ก็มีส่วนช่วยป้องกันผิวไหม้จากแสงแดดเช่นกัน แต่ต้องรับประทานต่อเนื่อง 3 เดือนขึ้นไป พบในมะเขือเทศและฟักข้าว แถมยังช่วยป้องกันมะเร็งได้ด้วย โดยเฉพาะในฟักข้าวยังมีไลโคปีนชนิดพิเศษ ที่เรียกว่า ไลโปแคโรทีน (Lipocarotene) ซึ่งเป็นกรดไขมันสายยาวที่ช่วยดักจับและดูดซึมแคโรทีน ฟักข้าวจึงจัดเป็นแหล่งของไลโคปีนที่ดีที่สุด

ไม่เพียงแต่มะเขือเทศและฟักข้าวเท่านั้น ในผักผลไม้ชนิดอื่นก็ยังอุดมไปด้วยไลโคปีนด้วย เช่น แตงโม 1 ชิ้น (286 กรัม) มีไลโคปีน 12,962 ไมโครกรัม, มะละกอ 1 ผล (304 กรัม) มีไลโคปีน 5,557 ไมโครกรัม, มะม่วง 1 ผล (207 กรัม) มีไลโคปีน 6 ไมโครกรัม และในแครอท 1 ผล (72 กรัม) มีปริมาณไลโคปีน 1 ไมโครกรัม ขณะที่ในชาเขียว จะมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อ โพลีฟีนอล (Pholyphenols) ก็สามารถช่วยปกป้องผิวหนังไม่ให้ถูกทำลายจากรังสียูวีได้ โดยร่างกายสามารถรับได้ทั้งจากการดื่ม และการทาครีมที่มีส่วนผสมของชาเขียว และยังมีงานวิจัยพบว่าสามารถป้องกันมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

แต่การรับประทานอาหารก็เป็นเพียงวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกทำลายของผิวจากแสงแดดการทาครีมกันแดดก็ยังคงมีความจำเป็นที่ต้องใช้เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดด และควรควบคู่กับการหลีกเลี่ยงแสงแดด โดยเฉพาะช่วง 10.00-16.00 น.

ซึ่งเป็นช่วงที่แดดแรง หรือสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันแสงแดด หากมีความจำเป็นต้องออกแดด

ที่มา : นสพ.มติชน

ที่อยู่

Mae Sot

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ 𝗽 𝘂 𝗿 𝗯 𝗶 𝗲ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์