หลายๆคนที่เข้าใจว่า #ทองเค คือ #ทองปลอม ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด วันนี้เรามาดูกันซิว่าความจริงเป็นอย่างไร
แฟนเพจ และกดไลท์กดแชร์โพสต์เพื่อให้เพื่อนๆ ท่านอื่นๆ ได้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องทองเคอย่างถูกต้องด้วยนะครับ
ในอุตสาหกรรมทองคำมีการกำหนดคุณภาพของทองคำโดยใช้ความบริสุทธิ์ของทองคำในการบ่งบอกคุณภาพของทอง โดยการคิดเนื้อทองเป็น “กะรัต,กะรัต โกลด์ : K,Karat gold” ออกเสียงเหมือนกันกับ หน่วยวัดน้ำหนักของเพชร “กะรัต : Carat”
โดยทองคำบริสุทธิ์ หมายถึง ทองคำที่มีเนื้อทอง 99.99% หรือเรียกกันว่าทองร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการคำนวณจากสัดส่วนทองคำ 24 ส่วน หรือเรียกกันในระบบสากลว่า #ทอง24K (K,Karat gold) ถ้าบ้านเราสมัยก่อนก็เรียกกันว่า #ทองเนื้อเก้า
คนไทยจึงไม่รู้จักทองเค ทำให้คนไทยส่วนใหญ่เข้าใจว่า ทองเคคือทองปลอม แต่จริงๆแล้ว. ทองเคเป็นมาตรฐานทองสากล ถ้าเราเอาทองเยาวราชไปขายต่างประเทศ ( ไกลกว่าเขมร ลาว พม่า หน่อยน่ะ ) เขาจะคิดว่าทองเยาวราชเป็นทองปลอม เช่นเดียวกัน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะเจ้าตลาดบ้านเราตั้งกำแพงป้องกันตลาดไว้แล้วฝังหัวคนไทยไว้ว่าซื้อทองเคขายต่อโดนกดราคา ( กลยุทธ์ทางการตลาด) จากการสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลจากคนทั่วไป พบว่า. 98 ใน 100 หลายคนเข้าใจว่า ทองเค คือทองปลอม. พอบอกว่าเป็นทองเค. มักจะร้องยี้ๆ ทองปลอม ตามๆ กัน เหตุเพราะอุตสาหกรรมการปลอมแปลงทองรูปพรรณระดับโลก ใช้มาตรฐานทองเคในการปลอมแปลง. และได้ขยายตลาดทองปลอมเข้ามาสู่ประเทศไทย. แต่ก็ยังโชคยังดีบ้านเราพิเศษหน่อยที่ใช้มาตรฐานทองผิดแผกจากเพื่อนบ้าน มีส่วนผสมของทอง 96.5% หรือถ้าแปลงเป็นมาตรฐาน hallmark. จะอยู่ที่ 23.16 K. ซึ่งไม่มีชาติไหนในโลกเขาทำกัน Thailand Only
ทำให้เป็นเกราะป้องกันอย่างดี ในขณะ อุตสาหกรรมปลอมแปลงทองรูปพรรณสากลกัน พวกนี้พยายามอย่างล้นเหลือที่จะเลียนแบบทองรูปพรรณให้เหมือนหรือใกล้เคียงที่สุด. อีกทั้งทองสำเพ็งจากจีนถูกๆ ก็ทำเลียนแบบออกมาอย่างไม่ขาดสาย ประกอบกับอุตสาหกรรมจิวเวลรี่ในประเทศไทย. ก็ใช้ทอง 90 ( เกือบ 22 k ) มาใช้เนื่องจากมีความแข็งกว่าทองเยาวราชทำให้สามารถฝังเพชรพลอยได้ดี ไม่ทำให้หัวเพชร หัวพลอย หลายแสนไม่หลุดหายไป และ ด้วยดีไซน์งานทองรูปพรรณที่เป็นสากล (ทองเค) จากประเทศอิตาลี่ ที่สามารถขึ้นรูป แข็งแรง เงางามกว่าทองเยาวราชบ้านเรา ทำให้ตลาดเพชรบ้านเรานิยมที่จะนำทองเค (บ้างก็เรียกทองอิตาลี่ เพราะเป็นแหล่งผลิตทองรูปพรรณที่มีชื่อเสียงแหล่งใหญ่ของโลก)
เนื่องจากความสวยงาม หรูหรา. กว่าทองเยาราชมากนัก. ทำให้ขายได้ราคาสูง กำไรงาม. (คนซื้อเพชรไม่สนเรื่องราคาแต่ขอให้เป็นโลหะมีค่า. สวย ไม่ซ้ำใคร)ทอง 18K เป็นทองที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ มีการออกแบบโดยดีไซส์เนอร์ ระดับโลก (บ้านเราเรียค่ากำเน็จ) มีค่าขนส่ง ภาษี ฯลฯ ที่สูงกว่าทองเยาราช ประกอบปริมาณการซื้อขายน้อย เนื่องจากได้รับความนิยมเฉพาะตลาดบนขายอยู่ในร้านเพชร จึงทำให้ผู้ขายตั้งราคาขายไว้สูงมาก เพื่อกำไรสูงสุด. ทำให้ราคาขายสูงกว่าราคาทองปกติด้วยแหล่งผลิตที่อยู่ในต่างประเทศ ทองเคจึงต้องเสียค่าขนส่ง ค่าภาษี ฯลฯ ที่สูงกว่าทองเยาราช. และความนิยมที่มีอยู่เฉพาะกลุ่มปริมาณการซื้อขายต่ำ จึงเป็นเหตุทำให้ต้องตั้งราคาขายที่สูงกว่าทองเยาวราช.
ทองคำแท่ง 1 บาท น้ำหนัก 15.244 กรัม และ ทองรูปพรรณ 1 บาท น้ำหนัก 15.166 กรัม
เปอร์เซ็นต์ ทอง
8 K , 8 Karat gold หรือ 333 , Au 333 ( ได้รับความนิยมบ้าง ใน กลุ่มEU )
9 K , 9 Karat gold หรือ Au 375 ( ได้รับความนิยมในฝั่ง UK และ AU )
10 K , 10 Karat gold หรือ Au 416 ( ได้รับความนิยมใน US )
12 K , 12 Karat gold หรือ Au 500 ( ไม่ค่อยเห็น ทำเครื่องประดับ )
14 K , 14 Karat gold หรือ Au 585 ( นิยมกันในตลาด Asia )
18 K , 18 Karat gold หรือ Au 750 ( เป็นทองคำสำหรับขายในอิตาลี )
22 K , 22 Karat gold หรือ Au 916 ( เรียกทอง 90 เอามาทำเครื่องประดับ )
23 K , 23.26 Karat gold หรือ Au 965 ( ทองรูปพรรณ ของไทย )
24 K , 24 Karat gold หรือ Au 1000 ( ทองบริสุทธิ์ หรือ ทองแท่ง )
อักษร Au เป็น สัญลักษณ์ ของ ทองคำ คือธาตุเคมีที่มีหมายเลขอะตอม 79
แต่ถ้ามีอักษรพวกนี้อยู่ข้างหน้าตัวเลข
EP , Electroplate
GP, Gold plate
HGP , Hard gold plate
คือ ทองชุบ หรือ ทองปลอม
ส่วนตัวเลข 800, 925, 950 จะอยู่บนเครื่องประดับโลหะเงิน จร้า
สนใจทอง สวยๆ ทนๆ [ซื้อเลย=> https://www.facebook.com/BSRGold.Jewelry